[Aufic-Khr][D18] La Mia Duchessa ch.11

posted on 29 Sep 2012 13:44 by isisneptra in LaMiaDuchessa
 
 
 
 
 
Title : LA MIA DUCHESSA

Author : ISISNEPTRA (YUKINO...)

Pairing : D18

Rating : NC-18


----------------------------------


Announce : อีกครั้ง .... ประกาศรีไรท์เรื่องนี้นะจ๊ะ.....



Caution : หากมีตัวละครตัวไหนพาดพิงบุคคลจริง และหรือ อาจมีการพาดพิงถึงอำนาจของศาสนจักรอันมีอยู่จริงใสมัยนั้นๆ โปรดกรุณาอภัย เนื่องจากฟิคนี้แต่งขึ้นโดยความพึงใจของไรท์เตอร์ และจะถูกอ่านโดยความพึงใจของรีดเดอร์เช่นกัน ด้วยเจตนาอันดีมิได้ต้องการหลู่เกียรติแต่อย่างใด



Warning : RAPE + SM + DARK + ANGSTY + DRAMA + ROMANCE // Rating ของฟิคทั้งหมดมันจะมีตั้งแต่ PG-13 to NC-18 นะคะ



Short note : เป็นหวัด ไอ เจ็บคอ เสมหะมีเลือด ; ; ฮือว์



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------

 
 
 
 
 
CAPITOLO UNDICI






ในยามสนธยาเทพอพอลโลควบราชรถมาจรดที่ฟากฟ้าอีกคราหนึ่งดั่งเช่นทุกๆวัน เพลานี้เหล่าหญิงสาวชายหนุ่มกำลังเริ่มชำระกายและประทินโฉมตนสำหรับเข้าร่วมงานเต้มรำยามราตรี



ค่ำคืนนี้เป็นคืนพิเศษเนื่องจากจะมีการเปิดตัวซินญอร่าสูงศักดิ์จากสเปนเดินทางมาสมรสกับท่านมาร์ควิสแห่งบิออนโนสด้วยเหตุผลทางการเมืองเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และเพื่อกดดันเขตชายแดนฝรั่งเศสทั้งสองทาง



แต่ ณ เพลานี้แทนที่ดยุคหนุ่มเจ้าของปาลาซโซ่หลังงามจะไปทำกิจวัตรเฉกเช่นผู้อื่นนั้นกลับกำลังเคลื่อนกายหนักหน่วงร้อนเร่าบนร่างโปร่งบางอ่อนหวาน



“อ๊ะ...ทะ...ท่านดีโน่...ฮะ...ท่าน...ดีโน่...อ๊ะ...”



ร่างของเด็กหนุ่มเคลื่อนไหวแอ่นกายรับกับจังหวะการกระแทกร่างจากเบื้องบน ริมฝีปากบางครางเครือเสียวซ่านจากบทรักที่นายหนุ่มร่างกำยำมอบให้



“อา...เจ้าชอบเช่นนี้...อึก...รึไม่...”



ดีโน่ถามขึ้นขณะที่เม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้าคมคายหล่อเหลา จนมันไหลลงสมทบกันที่ปลายคางแล้วหยดลงที่หน้าอกบางของหนุ่มน้อย



“อ๊ะ...หะ...ฮึก...หากท่านชอบ...อะ...ก็... อือ...”



“พะ...อา...เพียงพอแล้ว...ฮะ...ขอรับ...อ๊ะ...”



แรงเสียดสีภายในช่องทางอ่อนหยุนนั้นยิ่งหนักหน่วงขึ้น รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ร่างบางเบื้องล่างที่ช่างแสนดีก็รองรับได้มิลดละ แอ่นหยัดกายขึ้นหาทุกจังหวะกามาที่ดีโน่มอบให้

เรียวนิ้วที่เคยกำจิกผ้าปูที่นอนคลายออกยกขึ้นเกาะยึดรอบคอร่างแกร่งแทน ในขณะที่มือหนาทั้งสองสอดเข้าโอบที่สะโพก และหลังยกขึ้นเพื่อให้รองรับได้มากขึ้นในช่วงสุดท้าย

ใบหน้าหวานส่ายสะบัดทำเอาเส้นไหมรัตติกาลสยายแผ่บนหมอนและที่นอนกระจายไปทั่ว ริมฝีปากครวญคร่ำรัญจวนใจ จนบทเพลงรักดำเนินถึงท้ายสุดแห่งความปรารถนา



“ทะ...อ๊ะ...ท่านดีโน่...อ๊าาาา...”



ร่างโปร่งบางครางลั่นคราสุดท้าย แอ่นกายขึ้นเกาะเกี่ยวท่านดยุคไว้แน่นขณะรับเอาความร้อนซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้มากมายอย่างเต็มอกเต็มใจ ร่างตนเองกระตุกเกร็งรัดแก่นกายอีกฝ่ายไว้แนบแน่น แล้วปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวราวกับครีมนมออกมา



ดีโน่ทิ้งร่างลงทาบทับเคียวยะจนจมหายลงไปในเตียงขนนกนุ่ม ทั้งสองหอบหายใจถี่รัวจนจังหวะหัวใจเต้นช้าลงมือบางๆลูบไล้ทั่วแผ่นหลังแกร่งรับรู้ถึงเหงื่อเปียกชื้น และกล้ามเนื้อที่คลายตัว



“พอได้แล้วนะขอรับ...ประเดี๋ยวไปงานเลี้ยงสาย...มันจะมิงามนะขอรับ...” เคียวยะเริ่มดันตัวเองออกจากการถูกกอด



“อีกสักคราเถิดนะ...อืมม...ทั้งนุ่ม...ทั้งหอมเช่นนี้...” ดีโน่เริ่มซุกไซ้แอ่งชีพจรที่ซอกคอร่างบางอีก แต่เคียวยะพยายามผลักออก



“มิได้ขอรับ...ตะวันจะตกดินแล้วนะขอรับ...” หนุ่มน้อยเอ่ยแล้วหยัดกายขึ้นที่หัวเตียงจนหลุดจากการประสานร่าง



“อา...เย็นแล้วรึ...อยู่กับเจ้า...ทำข้าลืมเพลาทุกคราไป...” ดยุคหนุ่มเอ่ยพร้อมเงยศีรษะขึ้นมองไปทางหน้าต่าง



“ข้าบอกไว้ก่อนนะขอรับ...แม้จะต้องไปงานเลี้ยงนั่น...แต่แท้จริงแล้ว...ข้าก็อยากอยู่บนเตียงกับท่านมากกว่า...” เคียวยะเอ่ยกระซิบกระซาบเย้ายวนใจแล้วยิ้มออกมาใบหน้ายังแดงซ่านจากการเริงรัก



“วาจาเช่นนี้...ประเดี๋ยวข้ายกเลิกการไปงานเสียเลยดีรึไม่...แล้วอยู่บนเตียงกับเจ้าต่อ...” พูดจบก็เริ่มไขว่คว้าร่างบาง แต่เคียวยะไวกว่ากระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปยังหน้าเตาผิง



“มิได้นะขอรับ...คราก่อนก็ยกเลิกไปแล้ว...คืนนี้หากทำเช่นนั้นอีกคงต้องถูกนินทาเป็นแน่...” เอ่ยจบก็จัดการหยิบเสื้อผ้าออกจากชั้น และตู้มาเตรียมให้ท่านดยุคทั้งๆที่ตนเองยังเปลือยอยู่



ทุกย่างก้าวทำให้น้ำรักที่ท่านดยุคหลั่งรินในกายบางหลายคราก่อนหน้านี้ปริ่มล้นออกจากช่องทางนุ่มลงสู่เรียวขา ตอกย้ำให้ให้ฝ่ายที่กำลังจับจ้องอยู่นั้นยิ่งอิ่มเอิบใจที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของร่างอันงดงามเบื้องหน้านี้



“มิต้องรีบถึงเพียงนั้นดอกเคียวยะ...” ดีโน่หยิบผ้าขนหนูมาคลุมกายไว้ให้จากเบื้องหลังแล้วโอบกอดเอวคอดนั้นไว้ แล้วสูดเอากลิ่นกรุ่นหอมที่ซอกคอ



“มีเจ้า...คอยปรณนิบัติข้า...อย่างไรก็มิมีทางสาย...เจ้าไปชำระกายเถิด...ชุดของเจ้ายิ่งยุ่งยากมากโขอยู่...” แล้วดันหลังส่งเข้าห้องอาบน้ำไป



“ขอรับ...” เคียวยะหันมาเอ่ยรับคำ



สามปีที่ผ่านมาหลังจากเหตุการณ์เลวร้ายเพราะความเข้าใจผิดได้ผ่านไปเนินนานแล้ว บัดนี้เด็กน้อยได้เติบโตเป็นหนุ่มน้อย และเป็นหญิงสาวแสนสวยในยามที่ออกงานสังคม



แต่ยามตะวันตกดินนั้นเป็นเพลาที่มักจะต้องร่วมเตียงกับนายหนุ่มแทบทุกค่ำคืน เขาซึ่งอยู่ในตำแหน่งคู่นอน และยังทำหน้าที่เป็นต้นห้องแจ้งแก่ใจเป็นที่สุด เพราะดีโน่เป็นชายที่มีความปรารถนามากอย่างยิ่ง และเรียกร้องจากเขาได้แทบทุกเพลา หากมิปรามกันไว้บ้างคงมิต้องลุกจากเตียงเป็นแน่



ร่างโปร่งบางอมยิ้มน้อยๆขณะขดร่างในน้ำอุ่น ก้มมองรอยบนร่างกายล้วนเป็นรอยจากจุมพิตมิใช้รอยกัดหรือขบจนเป็นแผล แล้วยังใจดีมิได้สร้างรอยในส่วนที่เห็นได้ชัดเจน มิเช่นนั้นปัญหาใหญ่ต้องตามมาอย่างแน่นอน



เรียวนิ้วสอดเข้าสู่ร่างของตนเองกวาดต้อนสิ่งที่ทำให้อึดอัดออกมาก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างน้ำแล้วเคลื่อนกายไปยังห้องแต่งตัว



ค่ำคืนนี้ชุดที่จัดเตรียมเป็นสีน้ำเงินเข้ม ชุดที่สวมใส่ขึ้นมาเป็นชุดยาวเช่นเคย แต่รัดรูปเล็กน้อยตรงช่วงเอวและสะโพก เขาจึงต้องใช้คอร์เซ็ตรัดหน้าท้องทำให้หน้าอกนูนขึ้นอีกเล็กน้อย ช่วงคอนั้นมิได้คว้านต่ำมากนักเผยให้เห็นเพียงลำคอเพรียวระหง และไหล่บางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



หลังจากต้องไปงานเลี้ยงยามค่ำคืนบ่อยครั้งจึงสามารถสวมใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ได้ด้วยตนเอง เรือนไหมสีเข้มรวบขึ้นจากด้านหน้าปอยเล็กๆถักเป็นเปียสองสายแล้วคาดทับผ่านหน้าผากพาดไปยังอีกด้านแล้วจึงรวบเข้าไปรวมกับกลุ่มไหมที่เหลือปล่อยปลายยาวเป็นหางม้าเอียงข้างเล็กน้อยแล้วรัดไว้ด้วยริบบิ้นเงาสีน้ำเงินเข้าคู่กับสร้อยอัญมณีไพลินเม็ดเดี่ยว ประดับด้วยเพชรเม็ดจิ๋วรอบๆ



เครื่องประดับเหล่านี้เป็นเพียงส่วนน้อยของห้องสมบัติในปาลาซโซ่ซึ่งเขาเป็นผู้ถือกุญแจที่ได้รับมาจากท่านดยุค ด้วยเหตุว่าเขาจะได้นำของที่มิได้ใช้มานานของลา มีอา ซินญอร่าคนก่อนสำหรับงานเลี้ยงยามราตรีได้



แต่งกายเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มประแป้งบางๆ ที่ใบหน้าแต่งแต้มสีสันด้วยกลีบกุหลาบและผงสีชาดที่ทำจากกุหลาบแดงเช่นกันจากนั้นใช้ขี้ผึ้งแตะเบาๆที่ริมฝีปากให้ชุ่มชื้นเล็กน้อย



เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยก็ผินกายไปยังห้องข้างเคียงพบว่าท่านดยุคกำลังรัดเชือกที่เอวอยู่ จึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับช่วยแต่งกายจับชายผ้าที่คอให้พองออกมาอีกเล็กน้อยแล้วช่วยสวมเสื้อตัวนอกสีกรมท่าให้



“ช่างงามนัก...ตั้งแต่ข้าลืมตาดูโลก...มิเคยพบเจอผู้ใดที่งามได้ดังเช่นเจ้า...” แล้วใช้นิ้วตวัดเชยดวงหน้าหวาน ชิงจุมพิตที่พวงแก้ม ทำให้ร่างโปร่งบางหน้าแดงเรื่อขึ้นมา



“หามิได้ขอรับ...ข้ามิได้งามถึงเพียงนั้นดอก...ยังมีหญิงงามอีกมากมายนักในค่ำคืนนี้...” เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมา เขินอายที่ถูกชมเช่นนี้



“ค่ำคืนนี้...เจ้าจักเป็นดังมยุราที่งดงามที่สุดในมวลหมู่ปักษา...เพียงเจ้าแย้มยิ้มก็เกินพอแล้ว...” แล้วกอบกุมมือเล็กกว่าขึ้นมาจุมพิต