[Aufic-Khr][D18] La Mia Duchessa ch.10

posted on 23 Jun 2012 19:41 by isisneptra in LaMiaDuchessa
 
 
 
 
 
Title : LA MIA DUCHESSA

Author : ISISNEPTRA (YUKINO...)

Pairing : D18

Rating : NC-18


----------------------------------


Announce : อีกครั้ง .... ประกาศรีไรท์เรื่องนี้นะจ๊ะ.....



Caution : หากมีตัวละครตัวไหนพาดพิงบุคคลจริง และหรือ อาจมีการพาดพิงถึงอำนาจของศาสนจักรอันมีอยู่จริงใสมัยนั้นๆ โปรดกรุณาอภัย เนื่องจากฟิคนี้แต่งขึ้นโดยความพึงใจของไรท์เตอร์ และจะถูกอ่านโดยความพึงใจของรีดเดอร์เช่นกัน ด้วยเจตนาอันดีมิได้ต้องการหลู่เกียรติแต่อย่างใด



Warning : RAPE + SM + DARK + ANGSTY + DRAMA + ROMANCE // Rating ของฟิคทั้งหมดมันจะมีตั้งแต่ PG-13 to NC-18 นะคะ



Short note : เหนื่อยอะงานบานมากหัวฟูสุดๆ พักร้อน 7 วันเหมือนจะยังไม่พอ ;_;



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------

 
 
 
 
 
CAPITOLO DIECI





ผ่านไปหนึ่งคืนไข้เริ่มลดลงเด็กชายมิได้พลิกกายกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้อีก แต่แม้ยามหลับไหลยังคงเอ่ยนามเขาตลอดเพลาจนกระทั่งล่วงเลยสู่ยามสายัณห์ ตะวันเริ่มปริ่มจะลับขอบฟ้า



ดวงตาสีรัตติกาลปรือเปิดขึ้นพร้อมกับที่ดวงดารา และเดือนเด่นประดับอยู่บนฟากฟ้ายามราตรี ชายหนุ่มรับรู้เพราะเขานั่งเฝ้าอยู่กว่าหนึ่งวันแล้วโดยมิได้ผละจากไปไหนแม้แต่น้อย



“หิวรึไม่เคียวยะ...ข้าจะได้สั่งให้เฟียร่ายกอาหารขึ้นมา...” ดีโน่เอ่ยราวกับมิเคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นระหว่างเขาและเด็กน้อย



เคียวยะหยัดยันกายอ่อนระโหยขึ้นนั่งพิงหมอน เงยดวงหน้าขึ้นมองพิจารณาบุคคลเบื้องหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มือเล็กๆค่อยๆดึงทูนิคที่ชุ่มเหงื่อออกท่ามกลางแววตาประหลาดใจของดีโน่ จนร่างกายที่บอบช้ำเป็นจ้ำแดงกระจายอยู่ทั่ว ทั้งแผล ทั้งรอยจุมพิต เปิดเผยแก่สายตาแล้วจึงเอื้อนเอ่ย



“ท่านเมตตาข้าเช่นนี้...ข้าคงต้องรองรับแรงปรารถนาของท่านอีกสินะขอรับ...” ใบหน้าที่ยังแดงเรื่อเพราะพิษไข้เหงื่อเกาะอยู่พร่างพราวเหยียดยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง



“ข้าคงลุกหนีไปไหนมิได้อยู่แล้ว...จะกระทำสิ่งใดก็สุดแล้วแต่ท่านเถิด...มิโอ ซินญอร์...” เด็กน้อยมิได้เอ่ยนามเขาอย่างเช่นเคย



ดวงตาที่เคยเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริงมีหยาดน้ำตาคลอคลองก่อนที่มันจะไหลรินลงอาบใบหน้า แล้วจึงได้เบือนหนีชายหนุ่มไปอีกทาง




...ใช่ว่าข้าจักมิรู้...




...ว่าสิ่งที่ท่านคอยพร่ำสอนข้าทุกเช้าค่ำคือกระไร...




...ข้าถูกลวนลามมาตั้งแต่ยังเยาว์นัก...




...ข้ารู้ดอกว่าสิ่งที่ท่านดีโน่ต้องการ...




...คือผู้ที่จะรองรับตัณหาราคะของท่าน...




...แต่ข้ามิเคยคิดว่า...




...ท่านจะช่วงชิงมันไปจากข้าอย่างโหดร้ายเช่นนี้...




...อยากจะเอ่ยถาม...




...แต่กลัวสิ่งที่จะได้รับกลับมา...




...อาจจะทำให้เจ็บช้ำเสียยิ่งกว่า...




“อย่าได้เอ่ยเช่นนั้น...เคียวยะ...อย่าได้ท้าทายข้า...อย่าใช้วาจาห่างเหินถึงเพียงนั้น...”



“เจ้าเป็นของข้า...ของข้าแต่ผู้เดียวเท่านั้น...”




...ไยจึงต้องใช้วาจาเยี่ยงนั้น...




...เจ้าคงรังเกียจข้า...




...แต่แค่เพียงเจ้ามิจากข้าไปไหน...




...แม้ข้าจักต้องทำร้ายเจ้า...




...แม้ข้าต้องปวดใจถึงเพียงใด...




...ก็จะยอม เพราะในโลกของข้า...




...มิเคยมีผู้ใดมอบรอยยิ้มจริงใจแก่ข้าได้ทัดเทียมเจ้า...




...มีเพียงเจ้าที่เป็นของข้าอย่างแท้จริง...




...ชั่วชีวิตข้าจักขาดเจ้าไปมิได้...




เรียวนิ้วแกร่งเชยคางเล็กบางตวัดให้หันมาสบตา นัยน์เนตรหวานชุ่มไปด้วยหยาดน้ำสีใส ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดเต็มประดา หากแต่ต้องกล้ำกลืนมันลงไป ปากหนาเข้าประกบไล้เลียกลีบพยอมเล็กนั้นอย่างช่ำชอง รุกเร้าจนมันเผยอรับลิ้นร้อนของชายหนุ่ม



หัตถ์น้อยทั้งสองพยายามผลักกายหนาออก ทั้งจิก ทั้งข่วน ทั้งทุบตี แต่ดีโน่ก็ยังมิได้หยุดปากที่ยังคงรุกไล่ลิ้นเล็กๆใบปากบาง



มือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วกายปลุกปั่นให้ร่างบางสับสน จนตนเองเริ่มรู้สึกรำคาญที่มือเล็กๆพยายามปัดป้องตนเองจากเขา จึงได้รวบมันเอาไว้ ดึงริบบิ้นทองคำที่รัดเรือนไหมอนธกาลออกแล้วใช้มันมัดข้อมือสีงาช้างที่ยังเห็นรอยแผลอยู่ แล้วกดไว้เหนือศีรษะ



“อ๊ะ...ฮือ...”



เสียงครางสั่นๆหลุดจากปากที่ยังคงถูกบดเบียด จนช้ำชอกยิ่งกว่าเดิม ผ้าห่มหนาถูกดึงออก เผยเรียวขาเล็กเนียนเปล่าเปลือยข้างใต้นั้น เสื้อทูนิคที่สวมอยู่ถูกทึ้งออกจากกายหนา ทว่าก่อนที่ดีโน่จะขยับเข้าทาบทับเด็กชาย กางเกงหนังเนื้อดีก็ลงไปกองที่พื้นแล้ว



ชายเบื้องบนใช้เข่าของตนเองดุนดันให้ขาเรียวเล็กที่พยายามหนีบเข้าหากันให้แยกออกโดยมิต้องใช้แรงมากนัก แล้วกดประทับแก่นกายแข็งเรียบร้อนรุ่มเข้าสู่เรือนกายเล็กแสนอบอ