[Aufic-Khr][D18] La Mia Duchessa ch.9

posted on 02 May 2012 14:32 by isisneptra in LaMiaDuchessa
 
 
 
 
 
Title : LA MIA DUCHESSA

Author : ISISNEPTRA (YUKINO...)

Pairing : D18

Rating : NC-18


----------------------------------


Announce : อีกครั้ง .... ประกาศรีไรท์เรื่องนี้นะจ๊ะ.....



Caution : หากมีตัวละครตัวไหนพาดพิงบุคคลจริง และหรือ อาจมีการพาดพิงถึงอำนาจของศาสนจักรอันมีอยู่จริงใสมัยนั้นๆ โปรดกรุณาอภัย เนื่องจากฟิคนี้แต่งขึ้นโดยความพึงใจของไรท์เตอร์ และจะถูกอ่านโดยความพึงใจของรีดเดอร์เช่นกัน ด้วยเจตนาอันดีมิได้ต้องการหลู่เกียรติแต่อย่างใด



Warning : RAPE + SM + DARK + ANGSTY + DRAMA + ROMANCE // Rating ของฟิคทั้งหมดมันจะมีตั้งแต่ PG-13 to NC-18 นะคะ



Short note : แปะของเก่าหากินอีกและ 55555



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------






CAPITOLO NOVE








เช้าวันรุ่งขึ้นระหว่างที่เคียวยะกำลังลงมือแปรงขนให้เจ้าสคูโร่อยู่ ในใจหวนคิดถึงเรื่องที่เขาได้ตกเป็นของท่านดยุคในสภาพที่น่าเจ็บปวดใจถึงเพียงนั้น




...เหตุใดท่านจึงตระบัดสัตย์...




...ท่านเคยให้คำมั่นแก่ข้า...




...ว่าจักมิมีผู้ใดทำร้ายข้าได้อีก...




...แต่ท่านกลับทำร้ายข้าด้วยอุ้งหัตถ์ของท่านเสียเอง...




...แล้วไยท่านจึงกลับแปรเปลี่ยน...




...อ่อนโยนกับข้าถึงเพียงนั้น...




...ราวกับมิใช่คนผู้เดียวกัน...




...ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่ขอรับ...




...ท่านเป็นกระไรกันแน่ขอรับท่านดีโน่...




ยิ่งตรองยิ่งกังวล ยิ่งคิดยิ่งมิอาจเข้าใจ เด็กชายยื่นก้อนน้ำตาลเล็กๆหลายก้อนให้เจ้าม้าดำ ให้มันไล้เสียอยู่สักครู่จนหมด พาลทำให้คิดถึงเมื่อยามที่เขาไล้เลียนิ้วของชายหนุ่มขึ้นมา




...เหตุใดข้าจึงรู้สึกร้อนรุ่ม...




...ยามที่ได้กระทำเช่นนั้น...




...เหตุใดข้าจึงรู้สึกพึงใจ...




...และเหตุใดจึงรู้สึกเจ็บที่อก...




...แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังคงเจ็บอยู่เช่นเดิม...




“วันนี้ข้าพาเจ้าไปเดินเล่นดีกว่ากระมัง...เจ้าคงอยากออกไปเต็มแก่แล้วสินะ...” เด็กน้อยจูงบังเหียนม้าออกมายังลานด้านนอก



เคียวยะเหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังม้าแล้วค่อยๆนั่งลง ระวังไม่ให้บั้นท้ายกระแทกกับอานแรงนัก



“วันนี้แค่เดินเล่นนะสคูโร่...ข้าคงพาเจ้าไปวิ่งเล่นมิไหว...” แล้วเท้าทั้งสองจึงกระตุ้นม้าให้เดินไปข้างหน้า



เจ้าม้าหนุ่มสีดำเดินไปยังลานกว้างก้มลงเล็มยอดหญ้าที่เพิ่งแตกหน่อ แต่พลันทำหูตั้งชันแล้วเงยศีรษะขึ้นมองไปยังป่าด้านข้างแล้วจึงวิ่งเข้าไปทั้งๆที่เคียวยะพยายามชักบังเหียนกลับ



“อ...โอ้ย...อย่าไปสคูโร่...หยุดเดี๋ยวนี้...” แต่ความพยายามมิเป็นผลเจ้าม้าดำวิ่งเข้าสู่เงามืดของป่า ขณะที่สี่เท้าของมันกระทบพื้นเนื้อบั้นท้ายนุ่มๆก็กระแทกกับอานจนเด็กชายต้องส่งเสียงโอดโอยนิ่วหน้า กระทั่งเจ้าสคูโร่มาหยุดที่ใต้ต้นไม้ใหญ่



สคูโร่ชูขาหน้าทั้งสองขึ้นแล้วกระทืบลงข้างๆเจ้าหมูป่าที่กำลังทำกระไรบางอย่างที่พื้น ทำให้หมูป่าน่ากลัวตัวนั้นตกใจวิ่งหนีไป



“เป็นกระไรไปสคูโร่...ข้าสั่งให้หยุดเจ้ามิหยุด...อ๊ะ...เจ้าคิดจะช่วยเจ้าตัวนี้รึ...” แล้วเหลือบไปเห็นบางสิ่งนอนแบบอยู่ที่พื้น



เด็กชายเคลื่อนตัวลงจากหลังม้าลงมาดูมือเล็กๆลูบบั้นท้ายที่กำลังระบมของตนเอง เจ้าของขนปุยสีเทาเข้มสลับขาวนอนขดตัวอยู่ใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยโลหิตแห้งๆ ลูกหมาป่าตัวนั้นสั่นสะท้านยามที่เคียวยะเอื้อมมือไป แล้วส่งเสียงแยกเขี้ยวขู่



“มิเป็นไรดอก...ให้ข้าช่วยเจ้าเถิด...” แล้วปลดเสื้อคลุมของตนเองออกคลุมลงที่เจ้าขนฟูนั้นก่อนจะอุ้มมันขึ้นแนบอก



“ข้าจะพาเจ้าไปรักษาตัวนะ...มิต้องกลัว...” แล้วจึงกลับขึ้นหลังม้ากระตุ้นให้มันเดินออกจากป่า



“ท่านเฟียร่า...ท่านเฟียร่า...ข้าขอยา กับเข็มและด้าย...” เคียวยะวิ่งมาหาเฟียร่าที่ห้องครัว



“จะเอาไปทำกระไรรึ...มะ...หมาป่ารึนี่...ทิ้งมันไปเสียเคียวยะ...ทิ้งมัน...” หัวหน้าสาวใช้ตกตะลึงแล้วพยายามปัดลูกหมาป่าออกจากอ้อมแขนเด็กน้อย



“มิได้ดอกขอรับ...มันบาดเจ็บมาก...ข้าต้องทำแผลให้มันก่อน...” เด็กชายหันหลังใช้ตัวบังเอาไว้



“ตามใจเจ้าเถิด...ที่เจ้าต้องการอยู่บนชั้น...ไปหยิบเอา...จงระวัง...สัตว์หน้าขนมันเลี้ยงมิเชื่องนะเคียวยะ...” เฟียร่ากำชับขณะที่เคียวยะเอื้อมมือไปหยิบล่วมยาบนชั้น



หล่อนรักเคียวยะดังลูกในไส้ ลูกที่หล่อนมิอาจมีได้เพราะเมื่อยังเยาว์หล่อนแท้ง อวัยวะภายในจึงบอบช้ำเสียหายเกินกว่าจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีก



“ระวังให้ดีเชียว...” เฟียร่ากำชับอีกครา



“ขอรับ...ท่านแม่...ฮึๆๆ...” เคียวยะกล่าวออกมาประชดประชันกึ่งขบขันเล็กๆโดยมิได้คิดสิ่งใดแต่กลับทำให้เฟียร่าเต็มตื้นในดวงใจยิ่งนัก



เด็กน้อยมิกล้านำเจ้าลูกหมาป่าขนฟูขึ้นไปชั้นบนเพราะยังมิได้ทำความสะอาดจึงลอบพาเข้ามารักษาในห้องดนตรีที่มิค่อยมีใครใช้ มือเล็กๆหยิบผ้าซับน้ำอุ่นค่อยๆเช็ดทำความสะอาดรอยเปื้อน และคราบเลือดจนสะอาดจึงเห็นรอยแผลที่แก้มภายใต้ขนปุกปุย



เข็มและด้ายค่อยๆเย็บพยายามให้เบามือมากที่สุด ระหว่างที่หมาป่าตัวน้อยส่งเสียงขู่ และเสียงครางออกมาเป็นระยะจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย



“ข้าจัดการแผลให้เจ้าแล้วนะ...พักเสียก่อนแล้วอีกสองสามวันข้าจะพากลับไป...” เด็กน้อยเดินไปที่ประตู



ก่อนที่เคียวยะจะเอาอุปกรณ์ทั้งหลายไปเก็บนั้นเขาพบว่าท่านพ่อบ้านเชิญเแขกท่านหนึ่งเข้ามา เป็นชายในชุดโรปศักดิ์สิทธิ์รุ่มร่าม สีดำสลับแดง ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปยังห้องรับแขกที่อยู่ถัดไป



“คงจะเป็นท่านคาร์ดินัลมิคาเอล...”



ด้วยความอยากรู้จึงได้เดินไปแอบลอบมอง โดยหารู้ไม่ว่าท่านดยุคที่กำลังเดินลงมาได้เห็นกิริยาทั้งหมดเข้าเสียแล้ว




...สอดรู้นักนะเจ้าเด็กน้อย...




...ข้าอยากรู้นักว่า...




...เจ้าจักกล้าทำดั่งนี้อีกรึไม่...




...หากเจ้าถูกข้ากลั่นแกล้งเสียบ้าง...




ใจจริงแล้วเริ่มรู้สึกหวงมากกว่าที่เคียวยะให้ความสนใจกับแขกผู้มาเยือนอย่างกระทันหันเช่นนี้




...อย่างไรเสีย...




...ให้รอไปก่อนคงจะมิเป็นไร...




ชายหนุ่มเดินลงมาเสียงฝีเท้าใกล้ตัวเคียวยะมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเด็กน้อยหันมา ดวงตาสีราตรีเบิกกว้างแล้วหันหลังกลับไปทางห้องครัว แต่ถูกคว้าตัวไว้เสียก่อน



“มิโอ ซินญอร์...อุ้บ...” ยังมิทันได้กล่าวกระไรก็ถูกชายเจ้าชีวิตจุมพิตเข้าเสียก่อน



แขนแกร่งรั้งตัวเคียวยะขึ้น ล่วมยาร่วงหล่นลงสู่พื้นก่อนที่ร่างแกร่งจะโอบอุ้มร่างเล็กๆเข้าสู่ห้องดนตรี



“เจ้าคิดจะทำกระไร...แอบลอบมองแขกของข้าเช่นนี้...หืม...” ท่านดยุคยังคงโปรยจุมพิตทั่วใบหน้า



มือหนาทั้งสองข้างเริ่มปลดชุดของเคียวยะออก แววตาหิวกระหายราวกับสัตว์ป่าเริ่มฉายชัดขึ้นจนเคียวยะสังเกตเห็น ร่างเล็กจึงเริ่มเดินถอยหลังหนี ร่างแกร่งสูงตามมาจนกระทั่งหลังของเด็กชายกระทบกับพื้นผิวเย็นเฉียบ




...กำแพงหิน...




พลันเจ้าหมาป่าตัวน้อยที่ถูกเคียวยะพามารักษากระโจนขึ้นงับที่แขนของดีโน่ แต่ด้วยความอ่อนแรงและยังเล็กอยู่มากจึงทำได้แค่เป็นรอยเขี้ยวที่บุ๋มลงไปเท่านั้น แล้วก็ต้องลงไปกองกับพื้นเพราะชายหนุ่มสะบัดมันตกลงไป



“หึ...เจ้าช่วยมันมารึ...เอาของเข้าบ้านโดยมิได้บอกกล่าวแก่เจ้าของบ้านนั้น...เสียมารยาทนะเคียวยะ...” ชายหนุ่มประกาศออกมา



“เจ้าจะต้อง...ถูกลงโทษ...” เสียงทุ้มนุ่มกระทบโสตประสาทผ่านแก้วหูเสียงนั้นแหบพร่าราวกับกำลังมีความต้องการอย่างมาก



ริมฝีปากเริ่มรุกไล่ที่ซอกคอและไหล่ขาวเนียน ร่างเล็กๆที่พยายามดิ้นรนนั้นดิได้เป็นอุปสรรคแก่ชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย



“ทะ...ท่านดีโน่หยุดเถิด...ข้า...เป็นผู้ชายนะขอรับ...”



เด็กน้อยพยายามเบือนหน้าหนีการจุมพิตนั้น แต่ดีโน่ใช้มือยึดให้หันมาประจันหน้ากัน



“แล้วอย่างไร...แม้เจ้าเป็นชาย...ข้าก็ได้เจ้ามาหลายคราแล้วมิใช่รึ...อย่าได้ทำเป็นเขินอายเลย...”



ดยุคหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบเย็น ราวกับมิได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เด็กน้อยต้องสูญเสียไปแม้แต่น้อย วาจาของผู้ที่ได้พรากสิ่งสำคัญไปเอ่ยออกมาทิ่มแทงจิตใจเช่นนั้น ย้ำเตือนเช่นนั้น พาลให้ทำนบน้ำตาพังทลาย



“อย่าแตะต้องตัวข้านะ...ท่าน...ท่านมันคนไร้จิตใจ...ฮืออ...คนใจร้าย..