[Aufic-Khr][D18] La Mia Duchessa ch.7

posted on 18 Feb 2012 10:23 by isisneptra in LaMiaDuchessa
 
 
 
 
 
Title : LA MIA DUCHESSA

Author : ISISNEPTRA (YUKINO...)

Pairing : D18

Rating : NC-18


----------------------------------


Announce : ประกาศรีไรท์เรื่องนี้นะจ๊ะ.....



Caution : หากมีตัวละครตัวไหนพาดพิงบุคคลจริง และหรือ อาจมีการพาดพิงถึงอำนาจของศาสนจักรอันมีอยู่จริงใสมัยนั้นๆ โปรดกรุณาอภัย เนื่องจากฟิคนี้แต่งขึ้นโดยความพึงใจของไรท์เตอร์ และจะถูกอ่านโดยความพึงใจของรีดเดอร์เช่นกัน ด้วยเจตนาอันดีมิได้ต้องการหลู่เกียรติแต่อย่างใด



Warning : RAPE + SM + DARK + ANGSTY + DRAMA + ROMANCE // Rating ของฟิคทั้งหมดมันจะมีตั้งแต่ PG-13 to NC-18 นะคะ



Short note : เอามาแปะเบาว์ๆแล้วย่องจากไปเงียบๆ ... หลังจากหายหัวไปนานมั่กๆ มีคนทวงบ่อยๆก็เลยรู้สึกละอายใจเอาของเก่ามารีไรท์แปะหากินไปก่อน ฮาาาา [ถมดำเช่นเคยนะจ๊ะ]



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------





CAPITOLO SETTE






เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กชายตื่นแต่เช้าเช่นปกติเดินเข้าห้องเจ้านายของตนอย่างเงียบเชียบ จัดการเสื้อผ้าให้อย่างเคยแล้วจึงกลับเข้าห้องหยิบห่อผ้าเล็กๆที่มีเสื้อผ้าขาดวิ่น และผ้าปูเตียงเปรอะเลือดหวังจะไปทำลายทิ้ง เพราะหากมีผู้ใดรู้เรื่องนายของเขาอาจจะเกิดปัญหาได้



เด็กน้อยออกจากปาลาซโซ่พร้อมห่อผ้านั้นเดินตรงไปยังคอกม้า ร่างเล็กขึ้นอาน และบังเหียนให้ม้าหนุ่มสีดำที่เขาเรียกขานมันใหม่ว่าสคูโร่ เพื่อให้เข้ากับสีดำเงาของมัน และเพื่อให้เข้ากับชื่อของสคูเดอเรีย



(สคูโร่ SCURO ภาษาอิตาลีแปลว่า ดำ หรือ มืด ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า Dark)



ร่างเล็กเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนหลังม้ารู้สึกเจ็บแปลบอยู่มากแต่ยังฝืนขี่ม้าเหยาะๆออกไปทางด้านหลังปาลาซโซ่เลยเข้าไปถึงริมน้ำตกในป่าที่เคยมากับนายท่านของเขา



ดีโน่ตื่นขึ้นมาพบกับชุดที่วางพาดอยู่ที่พนักเก้าอี้ คงเป็นเด็กน้อยของเขาจัดการอย่างเช่นเคยจึงเข้าห้องอาบน้ำจัดการตนเองแล้วเดินมาที่หน้าต่างเปิดออกเพื่อรับอากาศสดชื่นยามเช้าเข้ามา แต่กลับเห็นร่างเล็กๆบนหลังเจ้าสคูโร่ในมือมีห่อผ้าอยู่



เพียงเท่านั้นแรงอารมณ์ก็ผลักดันให้ชายหนุ่มวิ่งออกไปที่คอกม้าอย่างมิต้องคิดถึงสิ่งใดอีก




...เจ้าคิดจะหนีจากข้าไปงั้นรึ...




...อย่าได้คิดหวังเช่นนั้น...




...มิมีวันที่เจ้าจะหนีจากข้าได้ดอก...




เมื่อลงไปถึงคอกม้าก็จัดการเหวี่ยงตัวขึ้นหลังสคูเดอเรียมีเพียงบังเหียนที่ขึ้นไว้แล้วเท่านั้น มิได้มีอานม้าเพื่อมิให้ม้าหนุ่มต้องแบกไว้โดยมิจำเป็น



ม้าสีพิสุทธิ์ทะยานออกสู่ลานกว้างแล้วเลี้ยวเข้าสู่ชายป่าทันทีที่บังเหียนกระตุกนำ ทั้งคนทั้งม้าเคลื่อนผ่านแนวป่าอย่างรวดเร็ว



เคียวยะลงจากหลังม้าเมื่อถึงน้ำตก แล้วเดินวนหาสถานที่ที่เหมาะสมอยู่ชั่วครู่ก่อนเขี่ยเอาก้อนหินมากองไว้เป็นวงแล้วก้มลงวางห่อผ้าลงที่พื้นไม้ขีดสองก้านเสียดสีกับกลักเกิดประกายไฟขึ้น



แต่ไม้ขีดที่ถูกจุดกลับหลุดจากมือร่วงลงแผดเผาห่อผ้าเสียก่อนเพราะร่างเล็กตกใจกับเสียงฝีเท้าม้าที่ใกล้เข้ามา และทันทีที่หันไปก็ต้องพบกับร่างสูงบนหลังม้าที่ควบม้ามาจนประชิดตัวแล้วคว้าแขนเขาไป



“ทะ...ท่านดีโน่...โอ้ย...เจ็บขอรับ...” เด็กชายนิ่วหน้าเจ็บที่แขนเพราะแผลตามตัวยังไม่หายดี



“เจ้าคิดจะทำกระไร...ข้ามิปล่อยให้เจ้าหนีจากข้าไปได้ดอก...” ชายหนุ่มใช้แขนเพียงข้างเดียวตวัดเอาตัวเด็กชายขึ้นม้านั่งหันหน้าคร่อมร่างเขาไว้




...สิ่งใดที่เป็นของข้า...




...ข้าจักมิยินยอมปล่อยมือไปเป็นอันขาด...




...จักมิยอมให้ถูกพรากไปอีก...




ริมฝีปากหนาประกบเข้ามาก่อนที่เด็กชายจะได้อธิบายสิ่งใด จุมพิตรุนแรง ไร้ความอ่อนโยนผิดจากตอนที่เขานอนซมอยู่บนเตียงเพราะพิษไข้ พาลทำให้น้ำตารื้นขึ้น มือหนาข้างที่ว่างกระชากทูนิคให้เลิกขึ้นแล้วเริ่มรุกล้ำร่างเล็กอีกครา



“อ๊ะ...”



เสียงครางตกใจหลุดออกจากลำคอเพรียวระหง เพราะนิ้วหนาปัดผ่านปุ่มเล็กๆบนหน้าอกเข้า ความรู้สึกราวกับมีคลื่นบางอย่างวิ่งแล่นไปยังสมองทันที รู้สึกที่บั้นท้ายว่าบางสิ่งกำลังตื่นตัวภายใต้กางเกงหนังของชายหนุ่ม หัตถ์เล็กๆทั้งสองพยายามอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้ร่างที่แข็งแกร่งกว่าถอยออกไป แต่ไร้ผล



ปากหนาบดเบียดซับเสียงครางเครือนั้นมือหนารวบข้อมือน้อยๆไว้เบื้องหลังเจ้าตัวมืออีกข้างกระตุกดึงขอบกางเกงผ้าลินินสีเข้มให้พ้นสะโพกกลมกลึงและบั้นท้าย แล้วปลดกายตนเองจากอาภรณ์เบื้องล่าง



บัดนี้สิ่งที่เรียบตึงแข็งแกร่งจรดจ่ออยู่ในที่ที่มิสมควรอีกคราแล้ว เคียวยะรู้ดีว่าความเจ็บแปลบกำลังจะตามมาในไม่ช้า เรียวปากจึงเผลอเอ่ยคำอ้อนวอน



“ท่านดีโน่...ฮึก...ข้าขอร้อง...อย่าทำเช่นนี้...กับข้าเลยขอรับ...อย่า...ฮือ...”



เสียงแผ่วเบาสะอื้นไห้อยู่กับไหล่หนาขณะที่แก่นกายร้อนชำแรกเข้าสู่ทางนุ่มๆคับแคบแดงช้ำ เคียวยะสะดุ้งสุดตัวเมื่อความเจ็บปวดวิ่งแล่นไปทั่วราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ข้อมือถูกยึดไว้แน่นจึงไม่อาจขยับบั้นท้ายหนีได้



“อ๊า...อึก...จะ...เจ็บขอรับ...พอเถิด...ไม่ขอรับ...ฮือ...”



กระนั้นชายผมทองผู้เป็นเจ้าของชีวิตน้อยๆนี้กลับมิได้ใส่ใจเสียงแผ่วหวิวนั้นเลยแม้แต่น้อย ยังคงดึงดันสอดแทรกร่างอันใหญ่โตของตนสู่ความร้อนที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดโลหิตของเด็กน้อยเพราะแผลที่ช่องทางนั้นปริขาด



“โอ้ย...ฮึก...อือ...จะ...เจ็บ...ฮือ...”



บุรุษเจ้าของเรือนไหมทองคำกระตุกบังเหียนม้าให้หันหน้ามุ่งกลับไปยังปาลาซโซ่ สคูเดอเรียพุ่งทะยานไปตามที่ถูกกระตุ้น ทำให้ร่างทั้งสองบนหลังของมันกระแทกกระทั้นใส่กันอย่างรุนแรง ดุเดือด



“ม่ายยย!!...”



เสียงกรีดร้องเจ็บปวดดังก้องป่าทึบ ทุกคราที่ฝีเท้าม้าแตะพื้นและทะยานขึ้นความแข็งขึงก็จะสอดไซร้แทรกกายเข้าสู่ความอบอุ่นของร่างบอบบาง



“ฮึก...โอ้ย...อ๊า...เจ็บ...อะ...เจ็บขอรับ...ไม่...”



ยามที่เท้าของสคูเดอเรียกระทบพื้น คือความสุขสมที่ชายผมทองได้รับ หากแต่กลับเป็นความทรมานของเด็กชายแสนหวานที่บอบช้ำ เรียวขาเล็กๆถูกกางเกงผ้าที่ยังติดอยู่ต้นขารั้งไว้มิให้อ้าออกได้ ช่องทางอ่อนนุ่มจึงได้คับแคบยิ่งกว่าปกติ



“ฮืออ...ข้าเจ็บ...ฮืออ...ปล่อยข้า...โอ้ยย...อ๊ะ...”



แน่นอนว่าเคียวยะต้องเจ็บปวดกว่าคราก่อนหลายเท่านัก แม้จะรู้ถึงความจริงในข้อนั้นแต่ดีโน่ก็ยังดึงดันรุนกายเข้าหาตามจังหวะการควบของสคูเดอเรียต่อไป มิได้สนใจเสียงเล็กๆที่อ้อนวอนจนแหบแห้ง ร่างที่ปริฉีกร้าวรานเจ็บแสบเจียนตาย




เสียงฝีเท้าม้ากระทบผืนดิน




เสียงเนื้อกระทบเนื้อ




เสียงครางคร่ำครวญเจ็บปวด




เสียงสะอื้นไห้ หอบโยน




หยาดน้ำตาที่หลั่งไหลอาบใบหน้ามิรู้หมด




เสียงหัวใจที่เต้นแรงจนอกสะท้าน




มิอาจรู้ได้ว่าเพราะเหตุใด




อาจเพราะเจ็บปวด




มิใช่แค่เพียงร่างกาย




แต่แผลนี้บาดลึกลงกลางใจ




“อา...เจ้าช่างคับแน่นเหลือเกิน...อึก...เคียวยะ...”



ชายผมทองส่งเสียงครางกระซิบกระซาบพึงพอใจกับความความสุขที่ตนได้เสพสมเอาจากร่างที่กำลังสะอื้นไห้อย่างช่วยมิได้ หยาดเหงื่อหยาดน้ำตาไหลรินลงตามใบหน้าและลำคอจนชุ่มโชกทูนิคของทั้งสอง



ความร้อนในกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกระทั่งเด็กน้อยรู้สึกว่าร่างของตนเองกำลังจะถูกฉีกกระชากจากบางสิ่งจนต้องครางลั่นออกมาอย่างน่าอับอายพร้อมๆกับปลดปล่อยบางสิ่งออกมาจากกายเปรอะเปื้อนทูนิคทั้งของตนและเจ้าชีวิต



“อ๊ะ...ฮะ...จะ...เจ็บ...ฮือ...ทะ...ท่านดีโน่...อ๊าาา...”



กายหนาหลั่งรินน้ำนมขาวขุ่นในร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดสดอุ่น แต่ฝีเท้าของสคูเดอเรียยังคงควบไปเบื้องหน้ากายแข็งที่เพิ่งปลดปล่อยจึงยังคงรุนเข้าหาช่องทางคับแน่นนั้นมิได้หยุดหย่อน



กว่าจะเห็นตัวปาลาซโซ่ดยุคหนุ่มที่ควบขี่ทั้งม้า และเด็กชายก็ปลดปล่อยสู่ร่างอันร้อนระอุเป็นคราที่สาม ความอึดอัดเจ็บแสบนั้นมากเกินกว่าร่างเล็กบอบบางจะทานไหวจึงทรุดกายลงครอบครองแก่นกายของนายตนจนหมดแล้วสลบไป



ของเหลวแดงฉานยังคงไหลลงสู่หลังสคูเดอเรียที่ไร้อาน ยังผลให้ขนพิสุทธิ์สะอาดนั้นเปรอะไปด้วยหยาดโลหิตสีชาด แปดเปื้อนไปด้วยคราบราคะของบุคคลทั้งสองที่ร่วมประเวณีกันบนหลังของมัน



ดีโน่ชักม้าให้หยุดลงใกล้กับแนวป่าจัดการเสื้อผ้าของตนและเคียวยะให้เรียบร้อยรั้งร่างบางที่ไร้สติไปแล้วให้นั่งขวางบนตักของตน ก่อนที่จะกระตุ้นให้สคูเดอเรียออกวิ่งต่อไปยังหน้าประตู



ร่างแกร่งอุ้มเคียวยะแล้วกระโดดลงจากหลังม้า ใบหน้าของเด็กชายยังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาซุกซบอยู่กับอกหนานั้น



“เอ่อ...มิโอ ซินญอร์...เคียวยะ...ไยจึงได้...” โรมาริโอ้เอ่ยถามตะกุกตะกัก



“มิมีสิ่งใดที่เจ้าต้องกังวล...เตรียมห้องอาบน้ำให้ข้า...จัดการสคูเดอเรียให้ด้วย...อย่าให้ใครล่วงรู้...” ดีโน่เอ่ยสั่งก่อนจะพาร่างเล็กๆขึ้นไปชั้นบน



หลังจากวางร่างที่หมดสติเพราะตนเองลงที่เตียงแล้วจึงได้เดินเข้าห้องของเด็กชายเพื่อหาอาภรณ์ที่น่าจะยังเหลืออยู่ พบว่าสิ่งที่หายไปมีเพียงผ้าปู และชุดที่ขาดวิ่นเท่านั้น จึงคว้าทูนิคตัวยาวขึ้นมาแล้วเดินกลับห้องของตนที่ได้วางร่างนั้นไว้



เมื่อกลับมาจึงจัดการถอดเสื้อผ้าของเด็กน้อยออกหวังจะเช็ดตัวให้ แต่เมื่อได้เห็นร่างเปล่าเปลือยแล้ว ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นกัดที่หลังนิ้วของตนจนเลือดซิบ




...ข้าทำกระไรลงไปอีก...




...ไยข้าจึงมิไต่ถามเสียก่อน...




...แล้วไยข้าจึงคิดไปเสียเองว่า...




...เจ้าพยายามจะหนีจากข้า...




...ทั้งๆที่เจ้ามีเพียงข้าเท่านั้น...




...ข้ามัน...




...เลวสิ้นดี...




จากนั้นจึงได้พยายามทำความสะอาดร่างเล็กอย่างเบามือ ซับเช็ดคราบเลือดออกจากตัวจนหมด แล้วปล่อยให้เคียวยะหลับพักกายบนเตียงกว้างใหญ่ ในขณะที่ตนเองนั่งจ้องร่างไร้สติพร้อมกับกรอกน้ำสุราหมักลงคอขวดแล้วขวดเล่า แล้วนึกถึงภาพอดีตของตน




.




.




.




“พี่ข้า...ไยท่านจึงมีรอยสักเล่าขอรับ...” เด็กชายผมทองที่มีอายุน้อยกว่าเขาเพียง 4 ปีเอ่ยถาม



“เพราะข้าคือผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งอันทรงเกียรติ...” ดีโน่เอ่ยตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินจากปาลาซโซ่ที่เขาอาศัยอยู่มาสิบห้าปีไปสู่ชายแดนฝรั่งเศส ที่ๆในขณะนั้นเข้าสู่ช่วงสงครามแย่งชิงอำนาจเหนือผืนแผ่นดินอิตาลีระหว่างฝรั่งเศสและสเปน



สองปีต่อมาชายหนุ่มกลับจากสมรภูมิรบที่ชายแดนฝรั่งเศส พร้อมกับสเปอร์เหล็กกล้าและเหรียญตราเพื่อแสดงถึงความสามารถที่ปลิดชีวิตแม่ทัพของอีกฝ่ายได้ในการปะทะสงครามครั้งสุดท้าย เขาจึงได้รับเกียรติเลื่อนตำแหน่งขึ้นจากลอร์ดธรรมดาให้เป็นบารอนดีโน่ทั้งๆที่บิดายังมิได้ลาโลกไป



เด็กหนุ่มที่แสนอ่อนโยนได้หายไปแล้วแต่กลับถูกแทนที่ด้วยชายหนุ่มที่แข็งกระด้างกร้านสนามรบ และสนามร่วมคู่บนเตียง



“ไยข้าจึงต้องถูกส่งไปเวเนเซียด้วยเล่า...” ดีเอโก้น้องชายของเขาเอ่ยถาม



“เพราะข้าคือพี่เจ้า...เพราะข้ามีรอยสักประจำตระกูล...และเพราะข้าเก่งกว่าเจ้าหลายขุมนัก...” ดีโน่เอ่ยกระชากคอทูนิคของน้องชายต่างมารดาขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม



“แต่วางใจเถิด... เจ้าจะเป็นดยุคต่อจากข้า...หลังจากข้าหมดลมหายใจ...” ชายหนุ่มกล่าวแล้วปล่อยมือลง



ชายหนุ่มคุกเข่าที่ข้างเตียงบิดาเพื่อเอ่ยอำลาคราสุดท้ายก่อนที่บิดาจะสิ้นลม



“ท่านพ่อโปรดวางใจ...ข้าดีโน่ เดล คาวัลโลเน่...จะทำให้ตระกูลของเราเฟื่องฟูรุ่งเรืองกว่าสมัยของท่าน...” แล้วขยับเข้ากระซิบที่ข้างหู



“แม้ท่านจะโหดร้ายกับข้าเพียงใดก็ตาม...จงจำไว้ว่าข้าจะมิทำให้ความหวังครั้งสุดท้ายของท่านเป็นจริง...ข้า...จะมิสมรสกับหญิงใดในโลกนี้...แลข้าจักมิให้ดีเอโก้ที่ท่านรักนักหนาได้อยู่อย่างสุขสบายดอก...”



“ข้าจักส่งมันไปเวเนเซีย...ให้มันลำบากเหนื่อยสายตัวแทบขาด...มิต่างกับข้าที่ถูกท่านเฆี่ยนตีจนยับเยินเมื่อครานั้น...เพราะมันได้อยู่อย่างสุขสบายยามที่ข้าออกไปลำบากในสมรภูมิรบนั่น...หึ...” ดีโน่เอ่ยน้ำเสียงโหดเหี้ยม



“ท่านคงหวังว่าข้าจะตายสินะขอรับ...จึงได้ส่งตัวข้าไปยังที่แห่งนั้น...หึ...แต่ข้ามิมีวันให้ท่านได้สมใจดอก...”



“ขอท่านไปสู่สุขคติ...ในนรกเถิด...” เอ่ยจบจึงผละออกมาพร้อมๆกับดวงตาที่เบิกกว้างของบิดาก่อนจะสิ้นใจไป



หลังจากนั้นสองวันดีโน่ก็ขึ้นรับตำแหน่งแทนบิดา ขึ้นเป็นดยุคดีโน่ เดล คาวัลโลเน่ ผู้ทรงเกียรติ เขารับหญิงสาวมาเป็นคู่นอน มากหน้าหลายตา ทั้งหญิงที่มีสามีแล้ว และยังมิได้ออกเรือน ชื่อเสียงของเขาในวงสังคมจึงเป็นที่รู้กันว่า เขานั้นทั้งร่ำรวย ทั้งหล่อเหลามีเสน่ห์เหลือร้าย รวมถึงเรื่องบนเตียงที่ช่ำชองชำนาญเอามากๆ



เพราะระหว่างที่เขาอยู่ในสมรภูมิหญิงสาวมากหน้าหลายตาเสนอตนเองมาบำเรอเขา หากแต่เขากลับมิได้รับความสุขสมจากการร่วมเตียงกับนางเหล่านั้นเลย จนกระทั่งคราหนึ่งเขาพบกับเบดูอินทะเลทรายที่กลายมาเป็นทหารรับจ้าง



ชายผู้นั้นเริ่มชราแล้วแต่เรื่องผู้หญิงกลับมีเสน่ห์อย่างยิ่ง หลังจากพูดคุยกันมิกี่คราทำให้เขารู้จักวิธีการเอาใจคู่ของตน ทำให้รู้จักการทำรักให้เนิ่นนาน ทำให้รู้จักระงับอารมณ์เร่าร้อนเพื่อจะสุขสมในตอนท้าย จนกระทั่งเหล่าหญิงสาวต่างเข้าหาเขาแทนชายสูงวัยนั้น



จนเขาได้ข่าวว่าบิดาใกล้ถึงแก่กรรม เขาจึงต้องกลับบ้านเพื่อมารับการสืบทอดตำแหน่งดยุค เขาจึงใช้อำนาจของการเป็นดยุค การเป็นผู้ปกครองตระกูลกำจัดน้องชายต่างมารดาออกไปจากชีวิต



กระทั่งถึงบัดนี้ชายหนุ่มยังคงเคืองแค้นบิดาคลั่งตัณหาของเขาที่ให้กำเนิดน้องชายต่างมารดาออกมา เขาจึงกลายเป็นทายาทชายที่มิอาจสืบต่อตระกูลได้ด้วยตนเอง



ดีเอโก้ นามของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องของเขา น้องที่ถือกำเนิดจากนางหญิงโสมมที่ใช้วาจาทำร้ายมารดาเขาจนตรอมใจตายระหว่างที่เขาไปรบ



“ท่านพ่อคงพอในสินะ...ที่ข้า...ช่างละม้ายท่านถึงเพียงนี้...” ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองไปยังรูปพอร์ตเทรตที่ถูกผ้าสีดำคลุมปิดไว้




...บิดาข้า...




...ท่านคงพึงพอใจ...




...ที่ได้เห็นข้า...




...ทำร้ายบุคคลสำคัญของตนเอง...




...ด้วยกามตัณหาเช่นเดียวกับท่าน...




...ที่ทำร้ายท่านแม่...




...จนตรอมใจตายสินะขอรับ...




...แต่ข้า...




...จะมิมีวัน...




...ให้ท่านสมหวังดอก...




...ข้าจะให้ท่านต้องกระอักเลือด...




...แม้จักตายไปแล้วก็ตามที...




(พอร์ตเทรต PORTRAIT คือคำที่ใช้เรียกภาพวาดเสมือนบุคคลจริงค่ะ อาทิเช่น ภาพโมนาลิซ่า เป็นต้น บางครั้งจะเรียกว่า SELF PORTRAIT ก็ไม่ผิดนะคะ เพราะมันหมายถึงการวาดภาพเสมือนจริงค่ะ)
 
 
 
 
 
---TBC---

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมมันถึงดาร์กอย่างนี้
อดีตที่เจ็บปวด

#5 By nampung (203.158.4.229|203.158.4.229) on 2014-04-02 23:21

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ด 
แนวโปรดสะด้วย เมะเข้าใจผิดเนี่ย 5555555 5
รู้สึกพอน้องฮิแทนตัวเองว่าข้าจะน่ารักขึ้นรัว ๆ
บนหลังม้าได้ฟีลสุด รับรู้ได้ถึงอาการ รับรู้ได้ถึงอารมณ์
ชอบการเขียนของคนแต่งมากค่ะ ภาษาสวยงามแต่เข้าใจได้
เต้นระบำดอกบัวรัว ๆ ขอบคุณคนแต่งสองเพลงครึ่ง เริ่ม  

#4 By izayaaaaaaa a on 2013-03-06 05:22

กรี๊ดดด เฮียโหดไปแล้วววว เค้าสงสารคุณเคียวอ่า เค้ารับไม่ด้ายยยย เฮียใจร้ายยยย
เค้าไม่รักเฮียแล้ว เชอะๆๆ คุณเคียวคะเราหนีตามกันไปเถอะ // เฮ้ย ไม่ใช่ล่ะ = =\"
แงๆๆ เฮียเป็นเด็กมีปัญหาสุดๆอะ แงๆๆ

#3 By แจน (103.7.57.18|125.24.216.212) on 2012-07-23 18:06

T T น่าสงสาร

#2 By qpanit on 2012-02-18 23:13

สงสารน้องเคียว
ทำไมพี่โน่ถึงได้รังแกน้องเสียขนาดนั้น
เกิดไม่ฟื้นขึ้นมาจะทำยังไง? tongue

#1 By chaste-child on 2012-02-18 17:05