[Fanfic][AOxKAGAMI] Anxiousness in the fire

posted on 14 Oct 2012 14:22 by isisneptra in Fiction
 
 
 
 
 
Title : Anxiousness in the fire   

Author : Isisneptra / Freyaminnie / Orora

Pairing : Aomine x Kagami

Rating : NC-18 [กรุณาถมดำ ฮิ๊ v ฮิ๊]


----------------------------------


Announce : มันคือฟิคโคที่เกินขึ้นจากความคิดชั่ววูบของเราสามคน 55555 และมันก๊าวมากเมื่อพี่ฟ้าโคตรพระเอกเลยยยยยยยยยอะ *โบกธง ฟ้าAll* ด้วยความที่ว่ามันมีฉากนั้น ซึ่งต้องถมดำ เราก็เลยขอจัดสีธรรมดาแล้วถมฉากนั้น ใครเขียนพาร์ตไหนเราจะเขียนแปะไว้ก่อนจะเริ่มพาร์ตนั้นๆและจะใส่สี่ต่างๆกันไปค่ะ :D 



Warning : มันกล้ามมาก Undecided 



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------
 
 
 
 
 
Isis Part :


ในเวลาพลบค่ำของเมืองที่ควรจะมีแสงสีสวยงามแล้วเสียงหัวเราะของชาวราตรีที่เพลิดเพลินกับชีวิตยามใกล้มืด แต่ในคืนนี้กลับมีแต่เสียงหวีดร้องระงมเพราะแสงไฟจากเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระพือลามจากอาคารหลังต่อหลัง


อาจเป็นเพราะไฟฟ้าลัดวงจร หรือการวางเพลิงก็ไม่อาจรู้ได้แต่หน่วยงานที่จำเป็นต้องรีบเร่งช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ในอาคารที่ไฟกำลังลุกท่วมกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ทุกชีวิตรอดออกมาให้ได้


กลุ่มชายชุดสีแดงคาดคำ พร้อมขวานและสายท่อน้ำกระโจนเข้าสู่กองเพลิงสีแดงฉานคนแล้วคนเล่า เพื่อช่วยให้ชีวิตของคนอื่นๆที่ติดค้างอยู่ในตึกท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังระงม


Orora Part :


ในบรรดาอาคารที่กำลังมอดไหม้ มีอาคารอาคารหนึ่งเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก เด็กๆจะเข้ามาเรียนและเล่นในเวลากลางวัน และพ่อแม่ก็จะมารับเด็กๆกลับบ้านในตอนเย็น ดังนั้นในเวลากลางคืนมันน่าจะไม่มีคนอยู่ ทว่า...


ทางหน่วยผจญเพลิงได้รับแจ้งว่า มีครูผู้ดูแลเด็กคนหนึ่งติดอยู่ในอาคารนั้น เนื่องจากมักจะดูแลอุปกรณ์และจัดเตรียมการเรียนการสอนจนค่ำมืดเสมอ "คุโรโกะ!"


Freyaminnie Part :


ร่างสูงในชุดดับเพลิงพยายามฝ่าเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของบริเวณชั้นสาม แม้จะได้รับเสียงทัดทานจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมากว่ากองไฟได้เผาผลาญบริเวณนั้นไปจนไม่สามารถเข้าถึงได้แล้วก็ตาม


Orora Part :


คู่หูที่เล่นบาสกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมมากำลังถูกล้อมกรอบอยู่ในกองเพลิง คางามิ ไทกะ ยากที่จะสงบจิตสงบใจได้หลังคาค่อยๆพังลงมาทีละส่วน หนทางที่จะเข้าไปช่วยคุโรโกะ เท็ตสึยะ เทียบได้กับคำว่าสิ้นหวัง..


"คุโรโกะ คุโรโกะ!!"


...ไม่มีเสียงตอบกลับ..


จากการอบรม คางามิจำได้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีเสียงขานรับ ทั้งๆที่มีคนอยู่เช่นนี้ หมายความว่า คนๆนั้นอาจจะสำลักควันและหมดสติไป


สาเหตุที่ผู้ประสบเหตไฟไหม้เสียชีวิตนั้น ส่วนมาก เกิดจากการที่สำลักควันจนหมดสติ ก่อนที่ไฟจะเผาไหม้ร่างของผู้เคราห์ร้ายจนเป็นตอตะโก ไม่มีเวลาคิดอีกแล้ว คางามิมองเส้นทางที่มีเปลวเพลิง ก่อนจะตัดสินใจฝ่าเข้าไปอย่างบ้าระห่ำ


Freyaminnie Part :


ภายในอาคารมีแต่ควันหนาจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด แม้จะเคยมาเยี่ยมเยือนหลายต่อหลายหนแต่ยามไฟไหม้นั้นกลับไม่เหลือเค้าลองของสถานที่เดิมไว้เลย มือแกร่งภายใต้ถุงมือหนาค่อยๆคลำทางขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นสามได้ในที่สุด


สายตามองเห็นประตูบานที่คุ้นเคยอยู่เบื้องหน้า หากแต่เส้นทางกลับถูกตัดขาดเมื่อพื้นไม้บางส่วนได้ถูกหลังคาที่ถล่มลงมาทับจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่


คางามิรวบรวมพลังขากระโดดข้ามช่องนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ต้องขอบคุณประสบการณ์และทักษะที่ได้จากการเล่นบาสเก็ตบอลเมื่อสมัยเรียนมัธยมของเขานัก


ร่างของชายหนุ่มผมสีฟ้านอนสลบให้เห็นอยู่เบื้องหน้าทันทีที่เข้าเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้ใจชื้นขึ้นบ้างเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบเข้าไปประชิดร่างนั้นก่อนจะอุ้มขึ้นไว้ในอ้อมแขน


Isis Part :


เสียงไม้ที่ถูกไฟเผาดีดกระเทาะตัวดังเปรี๊ยะๆ ขาเข้ามันง่ายเพราะไฟที่ไหม้ยังลุกลามน้อยกว่าตอนนี้ คางามิมองกลับไปยังทางที่เขาใช้เข้ามา พลันเสาของอาคารในส่วนนั้นก็พังครืนลงมาขวางทางออกของเขาอย่างสมบูรณ์

เพลิงที่ลามมากขึ้นนั้นทำให้ร่างสูงผมแดงคล้ายกับไฟที่กำลังลุกไหม้ต้องใช้เวลาทุกวินาทีมองหาลู่ทางสำหรับออกไปนอกอาคารก่อนที่ตึกทั้งหลังจะพังครืนลงมา ซึ่งเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นตอนไหน


เพล้ง!!


ทันใดนั้นเองเสียงกระจกแตกก็ดังขึ้น คางามิรีบหันไปมองในทันทีพลางคิดถึงหนทางรอดใหม่สำหรับเขาและร่างเล็กกว่ามากในอ้อมแขนที่อาจจะเป็นไปได้


แต่แล้วที่ทางรอดของเขานั่นเอง เจ้าของร่างผิวคล้ำที่สูงใหญ่พอๆกับตัวเขากำลังใช้เท้าถีบเอาเศษกระจกที่กรอบหน้าต่างให้หักออกพ้นทาง ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำตัวล๊อคเชือกสลิงเอาไว้


"จะยืนมองจนโดนไฟคลอกตายก่อนหรือไง!! รีบมาเร็วๆเข้า!! บ้าเอ้ย!!"


Orora Part :


ร่างใหญ่ผมสีเปลวเพลิงเดินเซ แต่ในมือยังกอดร่างเล็กในอ้อมแขนไว้แน่น "ไปพร้อมกันไม่ได้หรอก นายรีบพาคุโรโกะออกไปก่อนเถอะ"


คางามิส่งตัวคุโรโกะให้อาโอมิเนะ หนุ่มผิวแทนรับร่างของคุโรโกะแล้วจับไว้มั่น อาโอมิเนะรีบโรยตัวพาร่างคุโรโกะลงมาข้างล่าง ทีมพยาบาลที่รออยู่แล้วรีบพาคุโรโกะขึ้นรถฉุกเฉินทันที


ร่างสูงรีบปีนกลับขึ้นไปเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกคนที่ติดอยู่ภายใน แต่ลมกลับพัดแรงทำให้เชือกที่โรยตัวอยู่สั่นไปมา และไฟก็โหมกระหน่ำ


"อยู่นิ่งๆสิวะ ไอ้เชือกบ้านี่!"อาโอมิเนะสบถ ในที่สุดเขาก็ปีนมาถึงชั้นที่คางามิอยู่ แต่แรงลมทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก ไฟโหมแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้โครงสร้างพังทลายอย่างรวดเร็ว ทั้งการคว้าเชือกก็ยากลำบากขึ้น


"กระโดด คางามิ!" คางามิสูดควันไฟเข้าไปมาก สติของเขาเริ่มเบลอ และไม่มั่นใจว่า เขาจะกระโดดได้เหมือนปกติหรือไม่


"อาโอมิเนะ ฉัน...." คางามิสูดควันไฟมากเกินไปจนเริ่มไอ


"บอกให้โดดก็โดดเซ่ ไอ้บ้างามิ!" คำว่าไอ้บ้างามิที่ไม่ได้ยินมานานลอยกระแทกโสตประสาท ทำเอาสติของคางามิกลับคืนมา


"ว่าไงนะ ไอ้บ้ามิเนะ!" คางามิกระโจนใส่อาโอมิเนะ โดยที่ไม่ได้คิดว่า เขาอยู่ในสถานการณ์ไหน ตึกชั้นที่เท่าไหร่  แต่แรงกระโดดก็มากพอที่จะทำให้เขาไปถึงเชือกได้


อาโอมิเนะคว้าร่างของคางามิไว้  "แกเรียกใครว่าไอ้บ้ามิเนะห๊ะ!!"


Freyaminnie Part :


"เห็นใครอื่นอีกรึไงล่ะ แค่กๆ" ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงสำลักควันเล็กน้อยก่อนจะพยายามหายใจสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าให้เต็มปอด


ร่างสูงทั้งสองค่อยๆถูกหย่อนลงจนถึงพื้น คางามิเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกกอดไว้อย่างแน่นหนาโดยอ้อมแขนแกร่งของคนที่เคยเป็นศัตรูกันถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่ก็เถอะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เมื่อรู้สึกว่าเท้ายืนได้มั่นคงแล้วเขาก็รีบดันแขนอีกฝ่ายออกทันที


แต่ดูเหมือนชายหนุ่มผิวเข้มจะยังไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เรี่ยวแรงที่คางามิเคยเชื่อมาตลอดว่าเสมอกันกลับไม่สามารถสู้อีกฝ่ายได้


"เฮ้ย ปล่อยได้แล้ว จะกอดไปถึงเมื่อไหร่" เขากระซิบด้วยเสียงไม่ดังนักด้วยไม่อยากเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นให้วุ่นวาย แค่นี้ก็น่าอายพออยู่แล้ว


เมื่อใช้กำลังไม่เป็นผล คางามิเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่าอีกฝ่ายแต่ก็ต้องนิ่งไปเมื่อเจอความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมของตำรวจหนุ่ม


Isis Part :


แม้กระนั้นก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือพูดออกไปอีกครั้งว่า "ป...ปล่อยเถอะน่า...นายไม่ห่วงคุโรโกะเหรอไง ... อ....ไอ้บ้ามิเนะ"


เสียงพูดที่ว่าเบาแล้วยิ่งเบาจนแทบเรียกได้ว่าเกือบไม่ได้ยินในตอนท้าย สายตาเสมองไปทางอื่นเพราะไม่กล้าสบตาเข้าตรงๆ รู้ดีแก่ใจว่าไอ้สีหน้าที่เห็นเมื่อกี้ไม่ใช่อะไรที่จะมาล้อเล่นได้แน่ๆ


"ห่วงตัวนายเองก่อนจะดีกว่าไหม...คางามิ!!" การตอบด้วยเสียงคำรามต่ำๆในลำคอแบบนี้ทำเอาคางามิต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก


แขนแกร่งที่เคยโอบเอวอยู่นั้นเปลี่ยนมาเป็นกระชากลากถูอีกฝ่ายไปที่รถยนต์ประจำตำแหน่งส่วนตัวที่จอดหลบอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อถึงแล้วก็จัดการยัดเจ้าคนตัวใหญ่อวดดีที่ชอบทำให้เป็นห่วงเข้าไปนั่งจุมปุ๊กในรถ


"ไอ้บ้ามิเนะ...งานฉันยังไม่เสร็จนะ!!" ร่างใหญ่เจ้าของผมสีเพลิงแดงประท้วงขณะที่พยายามเปิดประตูที่ล๊อคตัวเองโดยอัตโนมัติ