[Fanfic][AOxKAGAMI] Anxiousness in the fire

posted on 14 Oct 2012 14:22 by isisneptra in Fiction
 
 
 
 
 
Title : Anxiousness in the fire   

Author : Isisneptra / Freyaminnie / Orora

Pairing : Aomine x Kagami

Rating : NC-18 [กรุณาถมดำ ฮิ๊ v ฮิ๊]


----------------------------------


Announce : มันคือฟิคโคที่เกินขึ้นจากความคิดชั่ววูบของเราสามคน 55555 และมันก๊าวมากเมื่อพี่ฟ้าโคตรพระเอกเลยยยยยยยยยอะ *โบกธง ฟ้าAll* ด้วยความที่ว่ามันมีฉากนั้น ซึ่งต้องถมดำ เราก็เลยขอจัดสีธรรมดาแล้วถมฉากนั้น ใครเขียนพาร์ตไหนเราจะเขียนแปะไว้ก่อนจะเริ่มพาร์ตนั้นๆและจะใส่สี่ต่างๆกันไปค่ะ :D 



Warning : มันกล้ามมาก Undecided 



หมายเหตุ : กรุณาอย่านำฟิคนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตินะคะ

note : please do not post (or do some kind of copy in any part) this Fan Fiction before receiving permission.


----------------------------------
 
 
 
 
 
Isis Part :


ในเวลาพลบค่ำของเมืองที่ควรจะมีแสงสีสวยงามแล้วเสียงหัวเราะของชาวราตรีที่เพลิดเพลินกับชีวิตยามใกล้มืด แต่ในคืนนี้กลับมีแต่เสียงหวีดร้องระงมเพราะแสงไฟจากเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระพือลามจากอาคารหลังต่อหลัง


อาจเป็นเพราะไฟฟ้าลัดวงจร หรือการวางเพลิงก็ไม่อาจรู้ได้แต่หน่วยงานที่จำเป็นต้องรีบเร่งช่วยชีวิตคนที่ติดอยู่ในอาคารที่ไฟกำลังลุกท่วมกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ทุกชีวิตรอดออกมาให้ได้


กลุ่มชายชุดสีแดงคาดคำ พร้อมขวานและสายท่อน้ำกระโจนเข้าสู่กองเพลิงสีแดงฉานคนแล้วคนเล่า เพื่อช่วยให้ชีวิตของคนอื่นๆที่ติดค้างอยู่ในตึกท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังระงม


Orora Part :


ในบรรดาอาคารที่กำลังมอดไหม้ มีอาคารอาคารหนึ่งเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก เด็กๆจะเข้ามาเรียนและเล่นในเวลากลางวัน และพ่อแม่ก็จะมารับเด็กๆกลับบ้านในตอนเย็น ดังนั้นในเวลากลางคืนมันน่าจะไม่มีคนอยู่ ทว่า...


ทางหน่วยผจญเพลิงได้รับแจ้งว่า มีครูผู้ดูแลเด็กคนหนึ่งติดอยู่ในอาคารนั้น เนื่องจากมักจะดูแลอุปกรณ์และจัดเตรียมการเรียนการสอนจนค่ำมืดเสมอ "คุโรโกะ!"


Freyaminnie Part :


ร่างสูงในชุดดับเพลิงพยายามฝ่าเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของบริเวณชั้นสาม แม้จะได้รับเสียงทัดทานจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมากว่ากองไฟได้เผาผลาญบริเวณนั้นไปจนไม่สามารถเข้าถึงได้แล้วก็ตาม


Orora Part :


คู่หูที่เล่นบาสกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมมากำลังถูกล้อมกรอบอยู่ในกองเพลิง คางามิ ไทกะ ยากที่จะสงบจิตสงบใจได้หลังคาค่อยๆพังลงมาทีละส่วน หนทางที่จะเข้าไปช่วยคุโรโกะ เท็ตสึยะ เทียบได้กับคำว่าสิ้นหวัง..


"คุโรโกะ คุโรโกะ!!"


...ไม่มีเสียงตอบกลับ..


จากการอบรม คางามิจำได้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีเสียงขานรับ ทั้งๆที่มีคนอยู่เช่นนี้ หมายความว่า คนๆนั้นอาจจะสำลักควันและหมดสติไป


สาเหตุที่ผู้ประสบเหตไฟไหม้เสียชีวิตนั้น ส่วนมาก เกิดจากการที่สำลักควันจนหมดสติ ก่อนที่ไฟจะเผาไหม้ร่างของผู้เคราห์ร้ายจนเป็นตอตะโก ไม่มีเวลาคิดอีกแล้ว คางามิมองเส้นทางที่มีเปลวเพลิง ก่อนจะตัดสินใจฝ่าเข้าไปอย่างบ้าระห่ำ


Freyaminnie Part :


ภายในอาคารมีแต่ควันหนาจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด แม้จะเคยมาเยี่ยมเยือนหลายต่อหลายหนแต่ยามไฟไหม้นั้นกลับไม่เหลือเค้าลองของสถานที่เดิมไว้เลย มือแกร่งภายใต้ถุงมือหนาค่อยๆคลำทางขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นสามได้ในที่สุด


สายตามองเห็นประตูบานที่คุ้นเคยอยู่เบื้องหน้า หากแต่เส้นทางกลับถูกตัดขาดเมื่อพื้นไม้บางส่วนได้ถูกหลังคาที่ถล่มลงมาทับจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่


คางามิรวบรวมพลังขากระโดดข้ามช่องนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ต้องขอบคุณประสบการณ์และทักษะที่ได้จากการเล่นบาสเก็ตบอลเมื่อสมัยเรียนมัธยมของเขานัก


ร่างของชายหนุ่มผมสีฟ้านอนสลบให้เห็นอยู่เบื้องหน้าทันทีที่เข้าเปิดประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้ใจชื้นขึ้นบ้างเล็กน้อย ชายหนุ่มรีบเข้าไปประชิดร่างนั้นก่อนจะอุ้มขึ้นไว้ในอ้อมแขน


Isis Part :


เสียงไม้ที่ถูกไฟเผาดีดกระเทาะตัวดังเปรี๊ยะๆ ขาเข้ามันง่ายเพราะไฟที่ไหม้ยังลุกลามน้อยกว่าตอนนี้ คางามิมองกลับไปยังทางที่เขาใช้เข้ามา พลันเสาของอาคารในส่วนนั้นก็พังครืนลงมาขวางทางออกของเขาอย่างสมบูรณ์

เพลิงที่ลามมากขึ้นนั้นทำให้ร่างสูงผมแดงคล้ายกับไฟที่กำลังลุกไหม้ต้องใช้เวลาทุกวินาทีมองหาลู่ทางสำหรับออกไปนอกอาคารก่อนที่ตึกทั้งหลังจะพังครืนลงมา ซึ่งเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเป็นตอนไหน


เพล้ง!!


ทันใดนั้นเองเสียงกระจกแตกก็ดังขึ้น คางามิรีบหันไปมองในทันทีพลางคิดถึงหนทางรอดใหม่สำหรับเขาและร่างเล็กกว่ามากในอ้อมแขนที่อาจจะเป็นไปได้


แต่แล้วที่ทางรอดของเขานั่นเอง เจ้าของร่างผิวคล้ำที่สูงใหญ่พอๆกับตัวเขากำลังใช้เท้าถีบเอาเศษกระจกที่กรอบหน้าต่างให้หักออกพ้นทาง ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำตัวล๊อคเชือกสลิงเอาไว้


"จะยืนมองจนโดนไฟคลอกตายก่อนหรือไง!! รีบมาเร็วๆเข้า!! บ้าเอ้ย!!"


Orora Part :


ร่างใหญ่ผมสีเปลวเพลิงเดินเซ แต่ในมือยังกอดร่างเล็กในอ้อมแขนไว้แน่น "ไปพร้อมกันไม่ได้หรอก นายรีบพาคุโรโกะออกไปก่อนเถอะ"


คางามิส่งตัวคุโรโกะให้อาโอมิเนะ หนุ่มผิวแทนรับร่างของคุโรโกะแล้วจับไว้มั่น อาโอมิเนะรีบโรยตัวพาร่างคุโรโกะลงมาข้างล่าง ทีมพยาบาลที่รออยู่แล้วรีบพาคุโรโกะขึ้นรถฉุกเฉินทันที


ร่างสูงรีบปีนกลับขึ้นไปเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกคนที่ติดอยู่ภายใน แต่ลมกลับพัดแรงทำให้เชือกที่โรยตัวอยู่สั่นไปมา และไฟก็โหมกระหน่ำ


"อยู่นิ่งๆสิวะ ไอ้เชือกบ้านี่!"อาโอมิเนะสบถ ในที่สุดเขาก็ปีนมาถึงชั้นที่คางามิอยู่ แต่แรงลมทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีก ไฟโหมแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้โครงสร้างพังทลายอย่างรวดเร็ว ทั้งการคว้าเชือกก็ยากลำบากขึ้น


"กระโดด คางามิ!" คางามิสูดควันไฟเข้าไปมาก สติของเขาเริ่มเบลอ และไม่มั่นใจว่า เขาจะกระโดดได้เหมือนปกติหรือไม่


"อาโอมิเนะ ฉัน...." คางามิสูดควันไฟมากเกินไปจนเริ่มไอ


"บอกให้โดดก็โดดเซ่ ไอ้บ้างามิ!" คำว่าไอ้บ้างามิที่ไม่ได้ยินมานานลอยกระแทกโสตประสาท ทำเอาสติของคางามิกลับคืนมา


"ว่าไงนะ ไอ้บ้ามิเนะ!" คางามิกระโจนใส่อาโอมิเนะ โดยที่ไม่ได้คิดว่า เขาอยู่ในสถานการณ์ไหน ตึกชั้นที่เท่าไหร่  แต่แรงกระโดดก็มากพอที่จะทำให้เขาไปถึงเชือกได้


อาโอมิเนะคว้าร่างของคางามิไว้  "แกเรียกใครว่าไอ้บ้ามิเนะห๊ะ!!"


Freyaminnie Part :


"เห็นใครอื่นอีกรึไงล่ะ แค่กๆ" ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงสำลักควันเล็กน้อยก่อนจะพยายามหายใจสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าให้เต็มปอด


ร่างสูงทั้งสองค่อยๆถูกหย่อนลงจนถึงพื้น คางามิเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกกอดไว้อย่างแน่นหนาโดยอ้อมแขนแกร่งของคนที่เคยเป็นศัตรูกันถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่ก็เถอะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เมื่อรู้สึกว่าเท้ายืนได้มั่นคงแล้วเขาก็รีบดันแขนอีกฝ่ายออกทันที


แต่ดูเหมือนชายหนุ่มผิวเข้มจะยังไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ เรี่ยวแรงที่คางามิเคยเชื่อมาตลอดว่าเสมอกันกลับไม่สามารถสู้อีกฝ่ายได้


"เฮ้ย ปล่อยได้แล้ว จะกอดไปถึงเมื่อไหร่" เขากระซิบด้วยเสียงไม่ดังนักด้วยไม่อยากเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นให้วุ่นวาย แค่นี้ก็น่าอายพออยู่แล้ว


เมื่อใช้กำลังไม่เป็นผล คางามิเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่าอีกฝ่ายแต่ก็ต้องนิ่งไปเมื่อเจอความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าคมของตำรวจหนุ่ม


Isis Part :


แม้กระนั้นก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือพูดออกไปอีกครั้งว่า "ป...ปล่อยเถอะน่า...นายไม่ห่วงคุโรโกะเหรอไง ... อ....ไอ้บ้ามิเนะ"


เสียงพูดที่ว่าเบาแล้วยิ่งเบาจนแทบเรียกได้ว่าเกือบไม่ได้ยินในตอนท้าย สายตาเสมองไปทางอื่นเพราะไม่กล้าสบตาเข้าตรงๆ รู้ดีแก่ใจว่าไอ้สีหน้าที่เห็นเมื่อกี้ไม่ใช่อะไรที่จะมาล้อเล่นได้แน่ๆ


"ห่วงตัวนายเองก่อนจะดีกว่าไหม...คางามิ!!" การตอบด้วยเสียงคำรามต่ำๆในลำคอแบบนี้ทำเอาคางามิต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก


แขนแกร่งที่เคยโอบเอวอยู่นั้นเปลี่ยนมาเป็นกระชากลากถูอีกฝ่ายไปที่รถยนต์ประจำตำแหน่งส่วนตัวที่จอดหลบอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อถึงแล้วก็จัดการยัดเจ้าคนตัวใหญ่อวดดีที่ชอบทำให้เป็นห่วงเข้าไปนั่งจุมปุ๊กในรถ


"ไอ้บ้ามิเนะ...งานฉันยังไม่เสร็จนะ!!" ร่างใหญ่เจ้าของผมสีเพลิงแดงประท้วงขณะที่พยายามเปิดประตูที่ล๊อคตัวเองโดยอัตโนมัติ


Orora Part :


คางามิพยายามปลดล๊อคและทุบประตู แต่เหมือนควันที่สูดมากเกินไปและความเหนื่อยล้าจากการฝ่ากองเพลิง ทำให้เรี่ยวแรงของเขาแทบจะไม่เหลือ


"ปล่อยนะ ปล่อยเซ่ บอกให้ปล่อย อาโอมิเนะ!!" คางามิโวยวายด้วยเสียงแหบพร่าที่เหลืออยู่


"เงียบสักที หนวกหูเฟ้ย!" ตำรวจหนุ่มโน้มตัวไปที่เบาะหลัง มือสีแทนคว้าข้อมือนักผจญเพลิงผู้อ่อน
แรงไว้..แล้วก็..


คลิก!!


"...!!" นักดับเพลิงเลือดร้อนถูกสวมกุญแจมือในท่ามัดไพล่หลังโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาคางามิถึงกับอ้าปากค้าง


"อะ...ไอ้บ้ามิเนะ..!"


"ถ้านายยังไม่หุบปาก...ฉันจะเอาเทปกาวปิดปากนายซะ..."นายตำรวจขู่พลางควงเทปกาวม้วนหน้าโชว์เป็นตัวอย่าง ทำให้คางามิเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะพึมพำเบาๆ "หมอนี่มันเป็นตำรวจหรือโจรลักพาตัวกันแน่ฟะ.."


Freyaminnie Part :


จากนั้นมีเพียงความเงียบอันน่าอึดอัดลอยปกคลุมอยู่ ไม่มีใครพูดอะไรอีกจนกระทั่งรถยนต์สายตรวจขับมาจอดหน้าอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งอาโอมิเนะลงจากรถก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้านข้างคนขับ


"ลงมาได้แล้ว!" "นายจะให้ฉันลงไปทั้งๆอย่างนี้รึไง ฉันไม่ใช่ผู้ต้องหานะ!" พูดพร้อมขยับให้ดูโซ่กุญแจมือที่ยังคล้องไว้อยู่ นายตำรวจหนุ่มผู้ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะโต้เถียงใดๆทั้งสิ้น แขนแกร่งแบกร่างที่สูงพอๆกันของอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย


"เฮ้ยยย!!!"


"จะแหกปากปลุกคนทั้งตึกรึไงเล่า!"


ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่แหกปากดังกว่ากัน แต่นับเป็นโชคดีของทั้งคู่ที่เหล่าพลเมืองดีทั้งหลายหลับใหลกันไปหมดแล้วและไม่มีใครตื่นมาเห็นเหตุการณ์นั้น


Isis Part :


เสียงตะคอกนั้นทำเอาคางามิต้องรีบหุบปากด้วยความจรีงที่ว่า อาจมีใครออกมาเห็นสภาพอันน่าอับอายของเขาขึ้นมา


ประตูห้องถูกถีบไปกระแทกกับผนังดังลั่น จนคนที่ถูกแบกขึ้นมาอย่างน่าอัปยศหันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอันขุ่นเคืองและเลือกที่จะยอกย้อนอีกฝ่ายด้วยคำพูดของเจ้าตัว "ไอ้บ้ามิเนะ แกจะปลุกคนทั้งตึกขึ้นมาหรือไง"


"ถ้าพวกนั้นตื่น คนที่จะต้องเอาหน้ามุดดินก็คือนาย หุบปากได้แล้ว!!" สิ้นคำประตูก็ถูกเตะปิดและล๊อคตัวเองดังสนั่นอาคารอีกครั้งก่อนที่ ร่างใหญ่ผมแดงจะถูกโยนลงที่เตียงจนต้องทำหน้าเหยเกเพราะน้ำหนักไปกดทับมือที่ถูกล๊อคอยู่


"โอ้ย...เบาหน่อยสิฟะ คนนะเฟ...อุ่ก" เสียงพูดนั้นหายไปพร้อมกันกับที่ดวงตาสีเดียวกับเส้นไหมบนศีรษะนั้นเบอกกว้างจนแทบถลนออกมา


Orora Part :


ปากประกบปาก ทำให้หน้าของคางามิร้อนผ่าว เท่านั่นยังไม่พอ อากาศที่เขาตั้งใจจะสูดให้เต็มปอดหลังจากสูดแต่ควัน ก็กลับถูกหมอนี่แย่งเอาไปจนหายใจไม่ออก


เวลาผ่านไปกี่นาทีก็ไม่รู้ได้ คางามิเริ่มดิ้นเพราะหายใจไม่ออก จนคนผิวแทนต้องปล่อยริมฝีปากออกมา


"แก..แกทำอะไรของแก..." คางามิกลั้นใจถามทั้งทีหน้าแดงก่ำ การถูกคนผิวแทนแย่งอากาศเมื่อครู่ทำให้เขาหอบ


"เห..ก็ผายปอดให้คุณนักผจญเพลิงล่ะมั้ง" อาโอมิเนะยิ้มยียวน


"ผายปอดบ้านแกสิ หายใจไม่ออกจน จนนึกว่าจะตายแล้วเฟ้ย!!" คางามิตะโกน


Freyaminnie Part :


"ก็เกือบตายไปจริงๆแล้วไม่ใช่รึไงล่ะ" น้ำเสียงที่เย็นเยียบลงกะทันหันทำให้คนที่กำลังโวยวายได้ที่ต้องชะงัก แววตาสีน้ำเงินเข้มทอประกายโกรธกริ้วเหมือนเมื่อตอนที่เพิ่งหนีออกมาได้ไม่มีผิด "ถ้าฉันไม่เป็นคนบุกเข้าไปช่วยนายตอนนั้น รู้มั้ยจะเป็นยังไง"


"....." คางามิเงียบ ในตอนนั้น ถ้าอาโอมิเนะไม่เข้าไปช่วย เขากับคุโรโกะคงได้กลายเป็นศพไปพร้อมกันทั้งคู่


"เลิกซะ!" เสียงคำสั่งต่อมาช่างเฉียบขาด "งานอันตรายแบบนั้น มันไม่เหมาะกับคนทำอะไรไร้หัวคิดแบบนาย ไปลาออกซะ!"


"งานของฉันมันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย มีสิทธิอะไรมาสั่งให้ฉันลาออกน่ะ!"


มือแกร่งกระชากโซ่ที่ล่ามข้อมือทั้งสองไว้ด้วยกันเข้าหาตัว จนคางามิต้องเผลอหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความเจ็บ ใบหน้าคมที่ยื่นเข้าไปใกล้แฝงความอันตรายราวกับเสือดำที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ "จะเกี่ยวหรือไม่ก็ช่าง! แต่ถ้านายยังจะเสี่ยงตายบ้าๆแบบนี้อีก ต่อให้ต้องล่ามนายไว้กับเตียงฉันก็จะทำ!!"


Orora Part :


"คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้แกล่ามได้น่ะห้ะ!!" คางามิแยกเขี้ยว


"แล้วตอนนี้ แกไม่ได้...โดนฉันล่ามอยู่เหรอ" อาโอมิเนะแสยะ ก่อนจะก้มลงไปใกล้ใบหน้าของชายผมแดงเพลิงเข้าไปอีก


คางามิหน้าซีด... "ก...ก็..ก็แกเล่นทีเผลอนี่หว่า!!"


"โฮ่....นายคิดว่า ถ้านายอยู่ในสภาพปกติ ฉันจะจับนายล่ามไม่ได้เหรอ" อาโอมิเนะหรี่ตา


"งั้น แกก็ปลดกุญแจมือนี่ แล้วมาลองจับฉันใหม่สิ" คางามิรีบโต้ตอบ นี่เป็นโอกาสทองที่เขาจะหลุดจากพันธนาการ!


'สำเร็จ!' คางามิลิงโลดในใจ แต่...พออาโอมิเนะไขกุญแจได้ ก็รีบล๊อคมือข้างหนึ่งของคางามิ แล้วกระชากกุญแจมืออีกข้างไปคล้องกับเตียงอย่างรวดเร็ว


"ฮ..เฮ้ย ไอ้ขี้โกง!!" คางามิโวยวาย "แกยังไม่ได้ปลดกุญแจมือนี่!"


"เอ๋ ก็ตะกี้ปลดให้แล้วไง ไขกุญแจดังแกร๊กเลย แต่แกชักช้าเองนี่" อาโอมิเนะหัวเราะเจ้าเล่ห์ กุญแจมือข้างหนึ่งคล้องไว้กับเตียง ทำให้มือของคางามิว่างหนึ่งข้าง คางามิพยายามเหวี่ยงกำปั้นใส่หนุ่มผิวแทน ทว่า แขนที่พุ่งมาจากข้างบนกลับคว้าข้อมือข้างที่เป็นอิสระของเขาแล้วกดลงบนเตียงได้อย่างง่ายดาย


"บ..บ้าเอ๊ย!!" มือสีแทนอีกข้าง คว้าเสื้อของหนุ่มผมแดงเพลิงแล้วกระชากจนขาดดังแคว้ก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อของคนที่ถูกพันธนาการ


"จะลงโทษเจ้าหน้าที่เลือดร้อนคนนี้ ยังไงดีล่ะ หืม..."


Isis Part :


"แกว่าใครเลือดร้อน พูดให้ดีนะโว้ย!!" เสียงประท้วงตอบกลับดังลั่น ชักเกิดอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว ตั้งแต่เจอหน้าก็เอาแต่ต่อว่าต่อขาน เอาแต่สั่งสอนเยาเองก็หงุดหงิดเป็นเหมือนกัน


"หาว่าไร้สมอง งานอันตรายเกินไป....แล้วทีแกล่ะ!! งานง่ายๆไม่อันตรายเลยงั้นสิ? เหอะ เอาแต่พ่นน้ำลายสั่งคนอื่น...แกเองก็ไม่ได้ดีกว่าฉันเท่าไหร่นักหรอก" ดวงตาสีเพลิงที่น่าหวาดหวั่นจ้องกลับไปอย่างไม่กลัวเหรง รู้ว่าว่าตนเองกำลังอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ แต่ในเมื่อประเด็นถูกจุดมันก็เหมือนเปลวไฟที่ต้องปะทุออกมา


"แกคิดจะพูดอะไรกันแน่ อย่าเอาฉันไปเท!!" เสียงพูดนั้นหายไป


พลั่ก


หนุ่มผิวคล้ำที่เคยคิดว่าตนเองอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบถึงกับมึนไปชั่วขณะเพราะแรงกระแทกที่ศีรษะ ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะโมโหถึงขั้นเอาหัวตัวเองโขกกับหัวของเขา


Freyaminnie Part :


"ตอนที่แกเอาตัวไปเป็นเหยื่อล่อซื้อยาเสพติด ไหนจะตอนที่ยิงปืนสู้กับพวกพ่อค้ามนุษย์ แล้วไหนจะตอนที่ยกพวกไปบุกรังผู้ก่อการร้ายอะไรนั่นอีก คิดว่าตัวเองเป็นอมตะรึไงถึงได้ชอบยื่นคอไปทำเรื่องเสี่ยงตายอยู่เรื่อย! แล้วคิดบ้างมั้ยว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่แกถูกยิงกลับมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด คิดว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ยังมีชีวิตอยู่มาได้จนป่านนี้น่ะฮ๊ะ!!?"


อาโอมิเนะอึ้งไปกับคำด่าหรือไม่ก็คำสารภาพยาวเหยียดนั้น แต่ที่ทำให้เขาอึ้งมากที่สุดก็คือแววตาสีแดงฉานคู่นั้นที่ไม่เคยหวั่นกลัวต่อสิ่งใด บัดนี้กลับปรากฏความหวั่นไหวและไม่มั่นคงอย่างชัดเจน


"คางามิ นี่แก.." ร่างเบื้องบนเผลอคลายมือข้างที่จับไว้โดยไม่รู้ตัว


"ไอ้บ้าเอ๊ย อย่ามองนะ" มือข้างเดียวที่ยังเหลืออยู่ของชายหนุ่มผมแดงยกขึ้นปิดบังใบหน้าที่บิดเบี้ยวของตนจากสายตาของอีกฝ่าย


อาโอมิเนะค่อยๆยกแขนของอีกฝ่ายออกให้พ้นจากสายตาแม้จะมีอาการขัดขืนอยู่บ้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องลึกลงในดวงตาคู่สีแดงสดที่ตัดกันราวกับจะสะกดไว้ให้อยู่นิ่งก่อนจะค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้


ริมฝีปากที่ทาบทับสัมผัสกันอย่างนุ่มนวลต่างจากก่อนหน้านี้ หากแต่ก็ร้อนแรงราวกับเพลิงผลาญ  เมื่อเรียวลิ้นรุกรานเข้าไปในโพรงปากของร่างเบื้องใต้ ริดรอนเอาลมหายใจและความหอมหวานออกมา


Orora Part :


จูบครั้งนี้แม้จะเร่าร้อนแต่ก็อ่อนโยนกว่าจูบตอนแรกที่รุนแรงจนคางามิหายใจไม่ออก หนุ่มผิวแทนเลื่อนศีรษะลงมา เอาหน้าแนบกับอกของคนที่อยู่เบื้องล่าง "ใจเต้นเสียงดังเชียวนะแกน่ะ..."


คางามิเบือนหน้าหนี สูดหายใจลึกเพื่อจะสงบใจเพื่อให้หัวใจเต้นช้าลงบ้าง แต่ก็ไร้ประโยชน์ หัวใจกลับยิ่งเต้นแรงขึ้นๆกว่าเก่า


"แกกลัว..ที่ฉันจะหายไปขนาดนั้นเชียวเหรอ..คางามิ"


หัวใจของคางามิเต้นแรงขึ้น แรงขึ้น จนใบหน้าของชายหนุ่มแดงก่ำ


"...เออ" เสียงเบาๆลอดออกมาจากหนุ่มผมสีแดงเพลิง ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะถูกประกบเบาๆอีกครั้ง
มือสีแทนค่อยๆลูบตามใบหน้าของคนรัก ก่อนจะเลื่อนลงมาผ่านผิวกาย แล้วโอบกอดไว้แน่น


"ฉันจะไม่มีวันหายไป...ถ้าแกไม่อยากให้ฉันหายไป"


"เพราะฉะนั้น แกเองก็ห้ามหายไปจากฉัน นี่เป็นคำสั่ง เข้าใจไหม"


"อ..อื้อ" คางามิตอบเสียงอู้อี้


อาโอมิเนะค่อยๆคลายมือที่กอดออก แล้วโน้มใบหน้าลงพรมจูบลงบนร่างคนรักอย่างทะนุถนอม คางามิปรือตามองใบหน้าของคนผิวสีแทนที่กำลังคลอเคลียอยู่ยนตัวเขา ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่ากางเกงของเขาค่อยๆถูกปลดลง..


"....."


".......!!!"


"จะ จับอะไรของแกวะ ไอ้บ้า!!"


"เห...จับอะไรกันนะ" อาโอมิเนะแหย่ก่อนจะค่อยๆขยับมือ


"หยะ อย่า อย่านะเว้ย! อ...อ๊ะ!" คางามิเกร็งไปทั้งตัวเนื่องจากถูกกระตุ้น มือข้างที่เป็นอิสระจิกผ้าปูเตียงแน่น


"แกทำหน้าแบบนี้...คิดเหรอว่าฉันจะหยุด..."อาโอมิเนะหัวเราะ พลางขยับมือเร็วขึ้นอีก


 Isis Part :


ชายหนุ่มผิวคล้ำเข้ม ยิ้มออกมาพร้อมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีพลางขยับเร่งจังหวะมือให้หนักขึ้นกลั่นแกล้งให้อีกฝ่ายต้องปล่อยเสียงน่าอายออกมา


"อ๊ะ!!"


"อ...ไอ้บ้า...มิเนะ ปล่อยนะ"


"อย่าพูดมากน่า....เวลาแบบนี้ควรจะเรียกชื่อฉัน.....อย่างเคยสิ" ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบตำรวจหน่วยปฏิบัติการค่อยๆก้มลงลิ้มเลียชิมรสที่ขอบปาก ดึงมือของอีกฝ่ายขึ้นโอบรอบลำคอของตนเอง แล้วค่อยๆประคองใบหน้าของคนเบื้องใต้ด้วยสามนิ้วและใช้นิ้วที่เหลือดันปลายคางขึ้นเพื่อให้คางามิเผยอปากออกมากกว่าเดิม


ปลายนิ้วของร่างใหญ่ที่เกาะเกี่ยวอยู่หลวมๆนั้นค่อยๆจิกลงกำเนื้อผ้าสีเทาฟ้าเอาไว้ ในขณะที่ริมฝีปากอ้าขึ้นรับสัมผัสนุ่มชุ่มชื้นช้าๆ มึนเมาไปกับรสจูบรับรู้อย่างลางเลือนว่ากางเกงสีส้มแดงถูกดึงให้พ้นสะโพกลงไป


กึก!!


"อุก...." อาโอมิเนะเงยหน้าขึ้นจากจูบ ขมวดคิ้วแล้วเลียคราบเลือดที่มุมปากตนเอง


"แก!!...หึ..." มือที่กอบกุมอยู่เบื้องล่างก็ได้ทำการแก้เผ็ดคืนด้วยการขยับรั้งรูดปรนเปรอรัวเร็ว ทำเอาคางามิต้องแอ่นกายขึ้นสะท้านขณะที่ครีมขาวหลั่งรินเต็มไม้เต็มมือคนขี้แกล้งเบื้องบน


"แฮ่ก"


"ถ้ากัดอีก ฉันจะทำให้แน่ใจว่าพรุ่งนี้ไม่ว่าใครเห็นสภาพของนายก็จะต้องรู้ว่าไปโดนอะไรมา....ตรงนี้" ไม่พูดข่มขู่เปล่าๆมือหนาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบแห่งความใคร่เลื่อนลงไปกดสอดนิ้วที่ชุ่มๆเข้าไปสองนิ้วทันที


Freyaminnie Part :


ร่างเบื้องใต้สะดุ้งเฮือกกับปลายนิ้วที่รุกรานเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ขาทั้งสองโดนรั้งให้แยกออกจากกันด้วยเข่าทั้งสองข้างของอีกฝ่าย เปิดเผยส่วนเร้นลับให้ง่ายต่อการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น
และเพื่อแสดงถึงความจริงจังในคำพูด นิ้วที่สามถูกใส่ตามมาในเวลาไม่ต่างกันนัก ขาที่โดนจับแยกพยายามยกขึ้นถีบคนที่คร่อมทับตนอยู่แต่ด้วยสภาพท่าทางและเรี่ยวแรงที่โดนริดรอนหายไปแล้วกลับไม่สามารถทำได้


"อะ..อาโอ...มิเนะ..อีก!"


เมื่อปลายนิ้วหนึ่งขยับไปโดนจุดไวสัมผัสภายในทำให้ต้องหลุดเสียงครางออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เรียกรอยยิ้มพึงใจให้ปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม


"พร้อมรึยัง ไทงะ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู ใบหน้าของคางามิที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแดงซ่าน


"แฮ่ก...อย่างกับแก....จะสนว่าฉันพร้อมมั้ยงั้นแหละ" นัยน์ตาสีเพลิงปรือขึ้นพยายามสบตาอีกฝ่าย


"นั่นสินะ" อาโอมิเนะกระตุกยิ้มก่อนจะดึงนิ้วทั้งสามออก แล้วแทนที่ด้วยของตัวเองที่ดันเข้าไปจนเกือบหมดภายในคราวเดียว


"......"


แต่แทนที่ร่างสูงจะกระหน่ำเข้าหาราวกับสัตว์ป่าเหมือนทุกครั้ง อาโอมิเนะกับนิ่งเฉยอยู่แบบนั้นไม่ยอมขยับ


"อะ..ขยับสิ ไอ้บ้าเอ๊ย!" คางามิยกมือขึ้นทุบไหล่แกร่งแรงเท่าที่แขนอ่อนแรงจะทุบไหว
ไม่ตลกเลยนะ คาอยู่แบบนี้มันทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัด ทั้งทรมาน


"ไม่" อาโอมิเนะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย ราวกับว่าตัวเองไม่ได้กำลังใกล้จะปลดปล่อยเต็มที


"เรียกชื่อฉันก่อนสิ"


"อะ..ไอ้บ้า มิเนะ!"


"ผิด" มือแกร่งกอบกุมส่วนกลางลำตัวของเขาไว้แล้วเริ่มปลุกเร้าอย่างเชี่ยวชาญทั้งที่ส่วนภายในกายยังไม่ขยับแม้แต่นิด


"อึก...ดะ...ไดกิ! เจ้าบ้า ไปตายซะ!!" คางามิเอ่ยพร้อมใบหน้าที่ร้อนจนแทบจะเป็นสีเดียวกับสีผม


Isis Part :


"ฮะๆ...ยอมซะตั้งแต่แรก...ก็หมดเรื่อง" ยังไม่ทันสิ้นเสียงสะโพกหนาที่ยังมีกางเกงสเลกแนบเนื้อสีกรมท่าก็ดุนดันกระแทกเข้าหาเรียกเสียงร้องสั่นๆได้อย่างง่ายดาย


"อ๊ะ...ด....กิ..." เล็บที่ถูกตัดจนสั้นครูดขยุ้มเนื้อผ้าขึ้นมากำไว้ ยิ่งอีกฝ่ายแทรกเข้ามาลึกเท่าไหร่ แรงที่มือก็เหมือนจะมากขึ้นตาม


"...ตรงนี้ ที่เดิมที่นายชอบ...ใช่ไหม?" ชายหนุ่มซึ่งทาบทับอยู่เบื้องบนผู้ที่ขณะนี้เป็นคนควบคุมจังหวะสอดใส่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องพยายามขยับร่างที่แข็งขึงร้อนระอุนั้นให้ส่วนปลายเสียดสีกับจุดไวสัมผัสภายในร่างอีกฝ่ายที่เขารู้จักเป็นอย่างดีครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมีเสียงร้องตอบกลับมาเป็นการยืนยัน


"อะ...ย...ตรงนั้น...อย่า!!..." คางามิร้องลั่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่ออวัยวะของชายหนุ่มผู้ควบคุมเกมส์ในครั้งเสียดสีกับผนังเนื้อนุ่มส่วนที่นั้นรุนแรงเกินกว่าที่ตัวเขาจะสามารถทนได้ไหวรู้ดีทีเดียวว่าสิ่งที่จะตามมานั่นคือการปลดปล่อยอย่างแน่นอน


"ยัง...อ...ก่อน...คราวนี้...ถึงพร้อมกันสิ" มือหนาข้างที่ปรนเปรออยู่นั้นกลับกำแน่นแล้วใช้หัวแม่มือบีบกดส่วนปลายของคางามิไว้ไม่ให้อะไรต่ออะไรได้หลั่งไหลออกมาก่อนที่เขาจะพึงพอใจ


สะโพกที่ขยับกระแทกเข้าออกก็ช่วยเร่งความเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะตอนนี้ตนเองก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน ทั้งความร้อนที่โอบล้อม ทั้งความอ่อนนุ่มที่ค่อยจะตอดรัดส่วนนั้นของเขา แล้วยังเสียงครางอย่างไม่อายกับใบหน้าแดงๆของคนที่อยู่ใต้ร่างเขาตอนนี้


"อ...ไอ้บ้า...ได...กิ...ปล่อย!!...อื้อ.." ปลายเท้าจิกลงที่พื้นเตียงขยับครูดไปมาจนผ้าปูที่ถูกขึงจนตึงนั้นยับย่น มือที่เคยขยุ้มเสื้อของอาโอมิเนะคลายออก เลื่อนลงมาและพยายามดันมือของชายหนุ่มผิวคล้ำออกเพื่อตนเองจะได้ปลดปล่อยเสียที เพราะตอนนี้ใจกลางร่างของเขานั้นรู้สึกปวดหนืบจนระบมไปหมดแล้ว


"เดี๋ยว...ยังก่อน..." อาโอมิเนะขยับร่างเร่งทั้งจังหวะและแรงที่มีอยู่ให้ยิ่งหนักขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ตนเองรีบไปถึงจุดนั้นก่อนที่คางามิจะอดทนต่อไปไม่ไหว


เตียงเหล็กของห้องพักนั้นลั่นเอี๊ยดอ๊าด ทั้งกระแทกกับกำแพง ทั้งเสียงสวบสาบของผ้าปูที่นอน เสียงดังคร๊องแคร๊งของกุญแจมือที่ล่านคางามิไว้ ถึงแม้ในห้องจะสว่างด้วยแสงนีออนแต่ดูเหมือนทั้งคู่จะไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งต่างรอบตัวเท่าไหร่


"ฮะ...อ๊า!!..."


"ฮึก...!!"


สิ่งสุดท้ายที่พวกเขาได้ยินและรู้สึกได้ คือเสียงครางแหบพร่า และของเหลวจากกายของตนได้ไหลหลั่งออกมาพร้อมกับความหฤหรรษ์ที่แสนเหนื่อยอ่อนจนทำเอาขยับตัวไม่ได้ไปพักใหญ่


ร่างของทั้งคู่ยังเชื่อมติดกันเป็นอย่างดี ผิวกายตรงช่วงแผ่นอกกว้างนั้นแนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นผสานกันราวกับเป็นคนๆเดียว ร่างกายที่ชื้นเหงื่อและคราบที่ได้จากกิจกรรมเมื่อครู่ทำเอาเหนียวเหนอะไปทั้งตัว แต่ทั้งสองคนก็ยังคงนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงนิ่งๆไม่ขยับไปไหน


หลังจากพายุได้พัดผ่านไป เหมือนทั้งคู่จะพร้อมใจกันหันหน้าเข้าหากันแล้วต่างฝ่ายก็ไซ้ใบหน้าตนเองไปตามลำคอ แก้ม ของฝ่ายตรงข้ามจนกระทั่งเจอริมฝีปากแล้วจึงเริ่มจูบกันอีกครั้งทั้งที่ดวงตายังคงปิดอยู่


"อืมม์..." จุมพิตช้าๆและช่ำชองส่งเสียงจ๊วบเบาๆเคล้ากับเสียงครางทุ้มในลำคอ


กริ๊ก!!


Orora Part :


"อะ.."


เสียงกุญแจมือทำให้คางามิตื่นจากภวังค์ เมื่อเหลือบมองข้อมือข้างที่ถูกพันธนาการ ก็เห็นเป็นรอยแดง และเนื่องจากหลังจากผ่านการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ทำให้ผิวหนังถลอกจนมีรอยเลือดซึม
อาโอมิเนะเอื้อมมือไปคว้ากุญแจแล้วปลดมือที่น่าสงสารข้างนั้นออกจากหัวเตียง ก่อนจะจุมพิตเบาๆที่บาดแผล


"ด..ไดกิ..." คางามิเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ ริมฝีปากที่ปลอบประโลมเหมือนจะทำให้ความเจ็บปวดหายไป


อาโอมิเนะแลบลิ้นเลียรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนก่อนจะจูบเบาๆอีกครั้ง "แกนี่ไม่น่าดื้อเลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่ทำถึงขนาดนี้"


"ก..แกน่ะแหละที่ชอบใช้ความรุนแรงน่ะ!" คางามิตัดพ้อด้วยเสียงแหบพร่าเพราะความเหนื่อยอ่อน


"วันนี้ แกลางานซะนะ คางามิ"


"ท...ทำไมฉันจะต้องลาล่ะ ฉันยังไหวนะ อ...อึ่ก!" คางามิพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้ปวดแปลบบริเวณที่ถูกกระแทกเสียดสีซ้ำไปมา จนต้องลงไปนอนท่าเดิม


"เห...คราวนี้ถ้านายอยากจะฝืนไปนักฉันก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่เพื่อนร่วมงานของแกจะคิดยังไงน้า...ถ้าหากพวกนั้นเห็นรอยตรงนี้...แล้วก็รอยตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้ด้วย" อาโอมิเนะโน้มหน้าลงไปเลียข้อมืออีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าไปเลียตรงต้นคอและแผ่นอก ที่มีรอยจ้ำแดงเข้มเต็มไปหมด


"อ...ไอ้บ้ามิเนะ!! นี่แกตั้งใจจะแกล้งฉัน..อ...อะ!" ปลายลิ้นอุ่นๆที่ไล้ไปตามตัวทำให้แรงปรารถนาค่อยๆก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง จนคางามิเผลอหลุดเสียงครางเบาๆ


"ไม่ต้องห่วงนะ คุณนักผจญเพลิง..." อาโอมิเนะแสยะ


"...วันนี้ทั้งวัน ฉันจะพยาบาลแก ไม่ให้ลุกหนีจากเตียงได้เลยล่ะ...."


หนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านไป ท้องฟ้าแจ่มใส และเมืองก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่ผ่านมาเป็นแค่ฝันร้ายเท่านั้น


คุโรโกะนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงคนไข้ ร่างกายของเขาได้พักฟื้นจนดีขึ้นมากแล้ว และอีกไม่นาน เขาคงได้ออกจากโรงพยาบาล มีงานที่ต้องจัดการรอให้เขาสะสางมากมายหลังจากเหตุไฟไหม้ ไหนจะอุปกรณ์การสอนที่เสียหาย และการจัดหาสถานที่ใหม่ คุโรโกะถอนหายใจ พลันได้ยินเสียงประตูสองสามทีก่อนประตูห้องคนไข้จะถูกเปิดออก


"โย่ เท็ตสึ" ชายหนุ่มผิวแทนยกมือขึ้นทักทายอดีตคู่หู พร้อมกระเช้าผลไม้ "ได้ข่าวว่าอาการดีขึ้นมากแล้วใช่มั้ย"


"ครับ ขอบคุณมากนะครับ อาโอมิเนะคุง...คางามิคุง..." คุโรโกะเหลือบมองคางามิที่เดินเกาะหลังอาโอมิเนะมาอย่างโรยแรง ดูเหมือนคางามิจะไม่สามารถเดินอย่างมั่นคงได้ ถ้าไม่ได้อาโอมิเนะ ไดกิเป็นที่พึ่งพิง


"ขอโทษนะครับ คางามิคุง" คุโรโกะโน้มศีรษะลงเล็กๆ "นี่คงบาดเจ็บ เพราะช่วยผมสินะครับ"


"มะ ไม่ใช่สักหน่อย คุโรโกะ!" คางามิรีบโพล่งขึ้น ”ไอ้นี่น่ะ มันเป็นเพราะ..เพราะ....!"


ชายหนุ่มผมสีเพลิงหน้าแดงอ้าปากค้างตะกุกตะกักเพราะไม่กล้าจะพูดอะไรต่อ ในระหว่างที่กำลังเอ้ออ้าอยู่นั่นเอง ชายหนุ่มผิวสีแทนก็พูดแทรกขึ้นมา "อ๋อ พอดี ฉันทำมันมากไปหน่อยน่ะ"


คุโรโกะตาโตเล็กน้อย


"อ..ไอ้บ้ามิเนนนนน้!!"


คางามิก้มลงเอาแขนปิดหน้า ก่อนจะเลิ่กลั่กไปมาเหมือนทำอะไรไม่ถูก แล้วก็ผลักชายผิวแทนจนเซก่อนจะวิ่งหนีเซไปเซมาอย่างไร้จุดหมายไปตามทางเดินของโรงพยาบาลจนลับตาไป  ก่อนจะได้ยินเสียงตุ้บเหมือนคนหกล้มดังจากที่ไกลๆ


"เฮ้อ..วิ่งบนทางเดินโรงพยาบาลน่ะ ไม่ดีนะครับคางามิคุง"


คุโรโกะถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองอาโอมิเนะ ไดกิ ด้วยสีหน้าดุๆนิดๆ "แล้วก็...อาโอมิเนะคุงน่ะ...นิสัยไม่ดีเลยนะครับ"

อาโอมิเนะแสยะยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรออกมา ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มผมสีเพลิงที่โซเซกลับมาแอบอยู่หลังประตูด้วยความอับอายสุดขีด

 
 
-----Fin-----
 
คนเขียนทั้งสามเสียเลือดตายไปแล้ว.....พร้อมฟิค อาเมน
 
ป.ล.จขบไม่หื่นจ่ะ แค่บทคนอื่นส่งมา #โบ้ยยยย