[RMC] Epic War
posted on 27 Jan 2012 23:35 by isisneptra in RMCเอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
และ
ไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะส่งเลย
ชื่อคู่มวย: เกรียนชนเกรียน #เพื่อความเป็นสุดยอดเกรียน
ธีมที่ใช้ได้
1. แซมบ้า 2. สุดหูรูด 3. ขาเก้าอี้ 4. แก้วบิน 5. ระริก 6. ซิมูเลชัน 7. กุหลาบแวร์ซายส์ 8. เปกาซัส 9. สตันท์แมน 10. คุกกี้ 11. น้ำมันมวย 12. รูดซิป 13. จอมโหดกระทะเหล็ก 14. คาราบาวแดง 15. หน้ากากแก้ว 16. 00โปจิ 17. ข้าวเกรียบปากหม้อ 18. โนบรา 19. มะเขือม่วง 20. เจ้าแห่งศาสตร์มืด
1. แซมบ้า
ในห้องนอนหมายเลข 339 ที่ควรจะเงียบเชียบเพราะเป็นเวลากลางคืน ยังมีเสียงหอบหายใจแรงๆดังสลับกับเสียงของเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนที่จนเข็มสั้นเลยเลข 3 ไปเล็กน้อย
“ช.....ชีวิตนี้ฉันไม่เคยฝันอะไรสยองขนาดนี้เลยนะ” เสียงบ่นพึมพำของชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเพลิง เมื่อระลึกถึงความฝันก่อนหน้านี้เพียงครึ่งชั่วโมง
เขากำลังหลับฝันถึงชายหาดที่มีแมวน้ำเป็นฝูงให้เจ้าออก้าวาฬเพชฌฆาตไล่โบกครีบหางเล่นจู่ๆก็แว่วเสียงเพลงพิลึกพิลั่นลอยมา
…Kufufu…Kufufu…Kufufu no Fu~~♪
“เสียง...อะไร...” เชทาเชียพยายามเงี่ยหูฟัง ดูเหมือนว่าเสียงนั่นจะดังขึ้นเพื่อให้เขาได้ยินมันอย่างชัดเจน
…Kiri no karuneva~~re~~♪
“อืม...เสียงนี่มันคุ้นๆนะ” เจ้าตัวพยามยามมองหาต้นเสียงเพื่อจะได้ฟังให้ชัดๆ
…Ei~en~no Sambaaa~~~♪
“...เพลงนี่มัน...!!” กว่าจะรู้สึกตัวว่าเป็นเสียงของใครและเพลงอะไร เชทาเชียก็โดนแมวน้ำทั้งฝูงในชุดสับปะรดรี่เข้ามาหาด้วยการเต้นแท๊ปจังหวะแซมบ้าแล้ว
“ว๊ากกกก!!...” โชคดีที่รูมเมทของเชทาเชียไปค้างบ้านคู่หมั้นไม่งั้นคงได้เห็นหน้าเหรอหราเหงื่อแตกซีดของเจ้าหนุ่มคนนี้ซะแล้ว
/------------/
2. สุดหูรูด
ริมฝีปากหนาจรดขอบแก้วแล้วดื่มของเหลวในนั้นลงไปจนหมด พร้อมกับส่งเสียงถอนใจเบาๆที่ได้ดื่มน้ำหวานเย็นๆจากตู้เย็นในห้องพักดับกระหาย
ที่มุมห้องหมายเลข 339 เชทาเชียหยัดมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแผนของเขาสำเร็จลุล่วง และแผนที่ว่าก็คือ... “แผนทำให้รูมเมทเลิกหยิบของเทชชี่กินตามใจชอบ”
‘วันนี้แหละ...แว่นเอ๋ย...นายจะได้รู้ว่าของกินของฉันห้ามยุ่ง’
เสียงหัวเราะในใจตามมาเมื่อสสารที่เชทาเชียแอบผสมไว้ในน้ำหวานสีสวยหลอกล่อรูมเมทผู้น่าสงสารให้ดื่มลงไปนั้นเริ่มออกฤทธิ์
โจเซฟ หรือแว่นเอามือกุมท้องตัวเองดวงตาเบิกกว้างและใบหน้านั้นซีดเผือด ในขณะที่อีกมือเลื่อนไปจับที่ก้นตัวเองเหมือนพยายามอุดไม่ให้อะไรบางอย่างทะลักออกมา เท้าทั้งสองก้าวฉับๆรี่ไปที่ห้องน้ำอย่างเร็วรี่
ปัง!!
ปริ๊ด!! ปู๊ดดดด!! ป้าดดดดด!!
เสียงประตูห้องน้ำกระแทกปิดดังลั่นตามมาด้วยเสียงประหลาดๆอีกเป็นพรวน
“หึหึหึ...สลอดที่ฉันไปจิ๊กมาจากห้องพยาบาล...แรงดีมั้ยล่ะเจ้าแว่นเอ๋ย...ขอให้นายโชคดีกับการถ่ายท้องจนสุดหูรูดเลยแล้วกันนะ...” ว่าแล้วชายหนุ่มก็สวมถุงมือหนังสีดำก่อนจะออกไปฝึกซ้อมการรบที่ห้องซิมูเลเตอร์ของแฟมิลี่ก่อนการรบจริงๆที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า
/------------/
3. ขาเก้าอี้
ในห้องพักของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ในช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเชียบไปถนัดตา ในขณะที่ห้องฝึกซ้อมและห้องพยาบาลมีคนทำงานกันวุ่นวายเพื่อเตรียมตัวกับสงครามที่บอสใหญ่ของพวกเขาได้เตรียมการไว้
ในระหว่างนั้นเองเชทาเชียก็ฉวยโอกาสตื่นแต่เช้าชิงฝึกซ้อมก่อนคนอื่นๆ และกลับมายังห้องพักก่อนสมาชิกคนอื่นอีกเช่นกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ.......
ครืด ครืด ครืด!!
เสียงเสียดสีอะไรบางอย่างดังขึ้นเบาๆภายในห้องพักของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าขี้แกล้ง กวนประสาท และเกรียนสุดโต่งจนได้ตำแหน่งเกรียนที่สุดมาแล้ว??
ใบเลื่อยบางๆของจิ๊กซอว์ในมือครูดเอาผิวของขาเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีสีเข้มเสียร่อยหรอจนเหลือส่วนที่เชื่อมกันเพียงสองมิลลิเมตรเท่านั้น เช่นเดียวกับขาเก้าอี้อีกสามข้างที่เหลือ เพียงแต่...
เก้าอี้ตัวนั้นเป็นของมิสเตอร์โจเซฟ....ก็เท่านั้นแหละ
“ฮ่า...ที่เหลือก็แค่ตั้งกล้องเอาไว้...แล้วต่อสายเข้ากับระบบหลัก...แล้วฉายช็อตเด็ด” ว่าแล้วชายหนุ่มก็แสยะยิ้มกระหยิ่งใจกับผลงานของตัวเอง(?)
และแล้วนี่ก็จะเป็นอีกวันที่เชทาเชียเรียกเสียงหัวเราะ(?)คลายเครียดให้กับสมาชิกของแฟมิลี่ทั้งอาคาร
/------------/
4. แก้วบิน
พูดถึงแก้วบินได้ทุกคนก็คงคิดถึงบอสตูดส์ติดเก้าอี้เพราะโรคริดซี่ของแฟมิลี่แถวๆนี้แน่นอน
และก็คงคิดไปถึงฉากแก้ววิสกี้บินได้ที่มักจะลอยไปกระแทกเข้ากับหัวสวยๆจนเกิดเสียงดังทำเอาของเหลวในแก้วชโลมใยไหมสีเสียงยวงยาวเปียกฉ่ำไปด้วยแอลกอฮอล์ดีกรีแรงตามมาด้วยเสียงดังโวยวายตามมาเป็นพรวน
แต่สำหรับเชทาเชียแล้วแก้วบินได้เป็นอะไรที่อเมซิ่งถึงขนาดที่เขาต้องลงมือทำการทดลองเลยทีเดียว
“จะทำยังไงแก้วถึงจะบินได้โดยไม่ต้องปาออกไป...อืม...มัดกับเครื่องบินวิทยุบังคับ?...” ว่าแล้วก็ตัดสินใจลองติดแก้ววิสกี้เข้ากับเครื่องบิน แต่ปรากฏว่าเครื่องบินนั้นบินได้ไม่เร็วเท่ากับแก้วที่ปาด้วยแรงมือคน
“เอิ่ม...สงสัยต้องหาอะไรไฮเทคกว่านี้...” หลังจากมองหาอุปกรณ์อยู่ซักพักก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะลองต่อระบบไอพ่นขนาดเล็กเข้ากับฐานของแก้วดู
ผลปรากฏว่า...แก้วเคลื่อนที่ได้เร็วแต่ไม่สามารถบังคับทิศทางที่แน่นอนได้ดีเท่าไหร่นัก
“งั้น...” เชทาเชียลองวิธีผสมผสานโดยแงะเอาระบบบังคับของเครื่องบินวิทยุบังคับออกมาต่อกับไอพ่นเพื่อใช้เป็นตัวบังคับทิศทางแทนซึ่งให้ผลดีกว่าทั้งด้านความเร็วและการบังคับทิศทาง
เมื่อทำการทดลองเรียบร้อยอุปกรณ์ทุกอย่างก็ถูก.....ปาลงถังขยะทั้งหมด??? เพราะว่าเขาได้ทำตามที่ตัวเองพอใจและสนุกพอแล้วกับการทดลองเล็กๆในครั้งนี้ << ว๊อททท?
/------------/
5. ระริก
“ระริก...หมุนตัวหนึ่งโช๊ะแรก สำหรับการชื่นชมพระเจ้า”
“ระริก...หมุนตัวโช๊ะที่สอง สำหรับการชาบูเกนกิชิซามะ”
“ระริก...หนุมตัวติ้วๆอีกโช๊ะ หลังจากได้ทำ(การรังแก?)ความเคารพโชอิจิจัง”
“นี่คือวิถีแห่งสมาชิกมิลฟีโอเล่...”
เสียงพูดอย่างหนักแน่นของเชทาเชียถูกเปล่งออกมาด้วยความมั่นใจมากเมื่อมีคนถามถึงวิถีชีวิตของเขาที่แฟมิลี่
“ล...แล้ว...แล้วระริกคืออะไรฮะ...” เสียงใสของหนุ่มน้อยผมทองที่กอดส้อมเสียงขนาดใหญ่ถามขึ้น
“ระริก?...โอ้โหยยย...นายนี่เซาะกราวสุดๆอะ...ระริกก็แบบนี้ไง...” ระหว่างที่พูดเชทาเชียก็ทำตัวสั่นๆ ทำหน้าเคลิ้มๆ พลางเอาปลายนิ้วมือแตะที่หัวตัวเองเป็นท่าซารางเฮโย
ไม่เพียงแค่นั้นเขายังหมุนตัวหนึ่งโช๊ะ สองโช๊ะ สามโช๊ะ โดยติ๊ต่างไปว่ามันเข้ากับจังหวะเพลงสวอนเลคในสมองที่ตนเองจำได้เป็นอย่างดีเมื่อยามที่เกนกิชิซามะที่น่าเคารพทำท่าหมุนตัวระริกออกจากห้องของท่านเบียคุรัน โดยที่หารู้ไม่ว่าคนฟังกำลังทำหน้าซีดเผือดขนาดไหน
/------------/
6. ซิมูเลชัน
หลังจากที่มีประกาศบางอย่างออกมาจากศูนย์บัญชาการของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่แล้ว สมาชิกทุกคนต่างรีบเร่งฝึกซ้อม เอาอาวุธประจำตัวออกมาขัดสีให้แหล่มเตรียมพร้อมเอาไว้สำหรับคำสั่งต่อไป
และที่ขาดไม่ได้คือการฝึกซ้อมการทำสงครามหรือการรบแบบเสมือนจริงซึ่งวิทยาการของมิลฟีโอเล่นั้นก้าวไปถึงจุดที่สามารถสร้างเครื่องมือที่เรียกกันว่า ‘ซิมูเลชัน’ เพื่อให้สมาชิกทั้งหลายได้ทดสอบสมรรถภาพด้วยเจ้าเครื่องที่ว่านี่
ทุกๆวันเชทาเชียจะตื่นตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่สว่างเพื่อเข้ารับการฝึกด้วยเครื่องซิมูเลชั่นก่อนคนอื่นๆ และจะฝึกหนักพัฒนาระดับขึ้นแทบทุกวันอีกด้วย
แต่วันนี้เขาจะช่วยแฟมิลี่ฝึกสมาชิกคนหนึ่งเพื่อประโยชน์ของแฟมิลี่
“ฟงยู...ถ้าวันนี้แกยิงไม่ได้ 320 หลา แกตายคามือฉันแน่เฟ้ย!!” เสียงตะคอกกรอกหูเพื่อนร่วมแฟมิลี่ที่อายุน้อยกว่าหลายปี
“อ่า...เพิ่งจะได้แค่ 280 เองนะ อ๊ะ... 290 แล้ว” ชายร่างเล็กกว่ายิ้มออกมาเมื่อความตกใจในเสียงตวาดนั่นทำให้เขาสามารถยิงได้ไกลกว่าเดิม
“320 ถ้าทำไม่ได้แกไม่ต้องนอน!!”
การเคี่ยวกรำฝึกฝนนั้นสำคัญ แต่การช่วยเหลือสมาชิกของแฟมิลี่ที่อ่อนแอกว่าก็สำคัญเช่นกัน เพราะเชทาเชียเป็นห่วงว่าฟงยูจะไม่สามารถอาตัวรอดในสนานรบได้ถึงได้ยอมสละเวลามาบังคับให้อีกฝ่ายฝึกหนักสายตัวแทบขาดแบบนี้
‘แล้วนายจะต้องขอบคุณฉัน...แม้วันนี้นายจะแอบด่าฉันในใจก็เถอะฟงยู...’
/------------/
7. กุหลาบแวร์ซายส์
“อา...น่าสนใจมาก น่าสนใจมากกก” เสียงพึมพำของชายหนุ่มดังขึ้นหลังจากได้อ่านหนังสือการ์ตูนเก่าๆที่ยืมมาจากห้องสมุดของแฟมิลี่??
หลังจากนั้นเขาก็จัดการเปิดคอมพิวเตอร์ เลยลองเสิร์จชื่อ ‘กุหลาบแวร์ซายส์’ จนไปเจอลิงค์หนึ่งที่น่าสนใจจึงได้กดคลิ๊กเข้าไปหาข้อมูล
แต่ปรากฏว่ามันคือลิงค์ของเวบไซต์ที่เปิดให้ดูอนิเมแบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยที่ไม่ต้องคิดมากเชทาเชียกดโหลดอนิเมเรื่องที่ว่านี้มาดูในทันที
และในวันรุ่งขึ้นถัดมา ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งเคร่งเครียดอยู่น่าจอดูสิ่งที่เขาโหลดมาโดยที่ไม่ได้หลับได้นอนเลยแม้แต่วินาทีเดียวเพราะว่ากำลังใจจดใจจ่อกับกุหลาบแวร์ซายส์ กับเลดี้ออสการ์ กับการปฏิวัติฝรั่งเศสในยุคที่เกิดวิกฤติทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และสงครามกลางเมืองรวมถึงการล้มล้างราชวงศ์
“เลดี้ออสการ์...ช่างมีชะตาที่น่าสงสาร เพียงแต่...เรื่องนี้มันจริงแค่ไหนกัน” เมื่อความคิดต่อมาประมวลขึ้นสมองเชทาเชียก็ขมวดคิ้วทันทีและตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นหาข้อมูลที่ใกล้เคียงในวันรุ่งขึ้นแน่นอนว่าเขาจะไม่ลืมหาข้อมูลเกี่ยวกับ กิโยติน เครื่องประหารที่ถือกำเนิดขึ้นในยุคที่ว่านี้ด้วย
/------------/
8. เปกาซัส
“พูดถึงเปกาซัส...ถามใครจะไปดีเท่ากับถามผมกันล่ะครัฟ...” เชทาเชีย ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเลือดจัดแจงสวมแว่นพร้อมกับหยิบสไลด์ออกมาฉายราวกับว่าพ่อคุณเป็นอาจารย์สอนวิชาตำนานกรีก-โรมันโบราณก็ไม่ปาน
“อะแฮ่ม...ทุกๆคนคงรู้ดีว่าเปกาซัสคือม้าในตำนานเทพกรีก-โรมัน...แต่ถามว่ารู้มากแค่ไหนล่ะ...หึๆๆ...ไม่รู้สินะว่าเปกาซัสเกิดจากอะไร...” มือหนาจัดแจงกดสไลด์ที่เตรียมมาเลื่อนภาพจิตรกรรมภาพหนึ่งขึ้นมา
เป็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งถึงโล่และดาบ และกำลังฟันคอปีศาจที่มีงูเลื้อยอยู่เต็มศีรษะ โดยที่ใช้วิธีมองปีศาจนางนั้นผ่านเงาของโล่เหล็กที่ถืออยู่
“ปีศาจที่เห็น...เรียกว่าเมดูซ่า...ชายคนนี้คือเพอร์ซีอุส...” รอยยิ้มเกรียนๆแสยะยกขึ้นที่มุมปากก่อนจะฉายสไลด์ต่อไป
“ม้าตัวนี้มีหน้าที่...สาบฟ้าที่เทพเจ้าซูสปล่อยลงมาไม่ว่าจะลงโทษคน ลงโทษเทพ และบลาๆๆ..” นิ้วยาวกดปุ่มให้ภาพเปลี่ยนต่อ
“เปกาซัสนั้นถือกำเนิดขึ้นตอนที่เพอร์ซีอุสตัดคอเมดูซ่าออก...แล้วเจ้าม้าบินได้ตัวนี้ก็กระโจนออกมาจากคอที่เต็มไปด้วยเลือด” ภาพที่ปรากฏบนจอคือม้ามีปีกกำลังทะยานบินขึ้นออกมาจากคอของปีศาจตนหนึ่งที่ไร้ศีรษะพร้อมกันนั้นก็มีหยาดน้ำที่กระเซ็นออกจากปลายเท้ากลายเป็นน้ำพุที่สวยงาม
“หึๆๆ..สนใจกันแล้วอะดิ...ใครอยากรู้มากกว่านี้ เอาไปดูซะ” ว่าแวเชทาเชียก็ปาหนังสือเล่มหนาที่มีชื่อว่า ‘ตำนานเทพปกรณัมกรีก-โรมัน’ ใส่ทุกๆคนที่สนใจอยู่ทันที
/------------/
9. สตันท์แมน
บรื้นๆๆๆ
เสียงบิดแฮนด์เร่งเครื่องให้ร้อนแล้วพร้อมจะซิ่งดังสนั่น ใบหน้าของเหล่าชายฉกรรจ์เคร่งเครียดกันทุกคนเมื่อฉากต่อไปในการแสดงจะเริ่มขึ้น
บรื้นนนน!!
รถมอเตอร์ไซค์ทะยานออกจากจุดสตาร์ทด้วยความเร็วสูงเสียจนล้อหน้าลอยขึ้นจากพื้นอย่างน่ากลัวแล้วจึงแล่นออกไปข้างหน้าพร้อมกับทิ้งควันโขมงไว้ข้างหลัง
ล้อกลมๆที่เต็มไปด้วยซี่ลวดเหล็กและดอกยางที่ลึกไว้ยึดพื้นถนนทิ้งรอยสีดำเป็นปื้นไว้ตามทางที่ล้อวิ่งไปชายหนุ่มที่บิดแฮนด์ซิ่งรถอยู่ในขณะนี้กำลังเลียริมฝีปาก พร้อมกับเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้นราวกับคนเสียสติเพราะพึงพอใจในงานที่เสี่ยงอันตรายของตัวเอง
เนินเรียบที่ตั้งให้ชันขึ้นอยู่เบื้องหน้า แทนที่เจ้าตัวจะลดความเร็วกลับเร่งให้เครื่องทะยานไปเร็วขึ้นราวกับไม่เกรงกลัวความตาย ถัดจากเนินนั้นเป็นซากรถกะบะที่ยกสูงด้วยล้อบิ๊กฟุตแปดคัน แล้วเขาจะต้องข้ามผ่านมันไปให้ได้
มือหนาบิดแฮนด์จนหมดเกลียวเพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์พุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มี ก่อนจะปล่อยมือออกจากแฮนด์บังคับทิศทางนั้นแล้วทิ้งตัวให้เหินไปบนอากาศพร้อมๆกับมอเตอร์ไซค์
“กรี๊ดดดดด” เสียงหวีดร้องเพราะความหวาดเสียวดังขึ้นระงม
หลังจากที่สิ้นสุดลงเชทาเชียถอดหมวกออกและจ่ายค่าทดลองเป็นสตันท์แมน ในสตูดิโอที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และไม่กลัวความตายได้ทดลองเล่นเป็นสตันท์แมนดูซักครั้ง
“มันส์แบบนี้สงสัยต้องมาอีกหลายๆรอบ” เสียงนั้นบอกกับตัวเองอย่างมั่นใจเพราะสนุกสนานกับกีฬาน่าหวาดเสียววันนี้เสียเหลือเกิน
/------------/
10. คุกกี้
กลิ่นหอม~
กลิ่นหวาน~
กลิ่นละมุนละไม~
กลิ่นเย้ายวนใจ~
กลิ่นของขนมที่เพิ่งออกจากเตาลอยเข้ามาเตะจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มชาวอิตาลีผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีแดงฉานราวหยาดโลหิต ทำเอาเข้าต้องรีบวางหนังสือในมือลงอย่างช่วยไม่ได้เลยทีเดียว
ฟุดฟิดๆ
เสียงสูดหายใจเอากลิ่นหอมๆของขนมของโปรดที่มือเล็กๆของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา(ทาส)อย่างถูกต้องตามกฎหมายยกเข้ามาในห้อง และวางลงที่โต๊ะ มือหนารีบคว้าเอาคุกกี้หอมๆนั่นเข้าปากทีเดียวสองชิ้นอย่างว่องไว
“เทชฮะ!! ผมจะเอาไว้แจกวันปีใหม่นะฮะ!!” เสียงเล็กๆเอ็ดขึ้น แต่มีหรือที่เชทาเชียจะสนใจ คุกกี้เข้าปากเทชแล้วไม่มีทางคืนให้ได้หรอก
“เอาคืนมาเลยนะฮะ!!” ราฟาเอลโล่ แบมือทำหน้ามุ่ย
“เรื่องดิ...ถ้าไม่พอก็ทำเพิ่มเอา...แล้วทำเผื่อด้วย...เอาแบบมีคอร์นเฟลกซ์นะ” เสียงทุ้มๆสั่งพร้อมกับคว้าเอาคุกกี้ไปอีกสามชิ้นเข้าปากเคี้ยวโดยไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ช...ชอบ...เหรอฮะ?” ราฟาเอลโล่ถามอีก
“เออ...ชอบคุกกี้แล้วมีปัญหาเหรอไงฟะ” เสียงของคนพูดชักจะหงุดหงิดกับการตอบโต้ไปมาตามประสาคนไม่ชอบพูดมาก
“ง...งั้นเดี๋ยวจะทำให้นะฮะ...” คนตัวเล็กเอ่ยเบาๆก่อนจะเดินยิ้มกลับออกไปลงมือทำคุกกี้ให้สามี(นายท่าน)เพิ่มอีก
/------------/
11. น้ำมันมวย
ตุ้บ! ปึก!
เสียงกำปั้นลุนๆกระแทกเข้ากับกระสอบทรายเป็นระยะๆตั้งแต่เช้า แขนที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆขึ้นเงามันวาบไม่ใช่เพราะเพียงแค่เหงื่อ แต่มีน้ำมันมวยผสมอยู่ด้วย
กลิ่นของมันอาจจะแย่แต่มันช่วยให้กล้ามเนื้อของเชทาเชียผ่อนคลายหลังจากที่ได้ออกกำลังกายและฝึกฝนการต่อสู้อย่างหนักในห้องฟิตเนสของแฟมิลี่
น้ำมันมวยช่วยให้กล้ามเนื้อบนแขนที่เกร็งแน่นคลายตัวลงเร็วขึ้น แต่กลิ่นนี่มันไม่ไหวจะเคลียร์ เชทาเชียก็เลยลงมือค้นหาสูตรทำน้ำมันมวยด้วยตัวเองจากการเสิร์จด้วยกูเกิ้ล
“น้ำมันสน น้ำมันมัสตาด น้ำแอมโมเนีย การบูร และแคพซิคุม (สารสกัดจากพริกชนิดหนึ่ง) สารพวกนี้ก็เช่นเดียวกับพวกเมทิล ซาลิซัยเลท และเมนทอล” เสียงพึมพำดังขึ้นขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“อืมมม...ไม่ยากเท่าไหร่...ลองทำดูดีกว่า” ว่าแล้วเชทาเชียก็ไปขออุปกรณ์ที่ว่าเหล่านี้จากห้องพยาบาลตอนที่ลูเซียโน่ไม่อยู่
อ่างเหล็กที่เคยใช้ทำของกินในห้องครัวของแฟมิลี่ถูกนำมาว่างและเทของทั้งหมดลงไปพร้อมๆกันแล้วก็เอาไม้พายคนๆไปเรื่อยๆจนเข้ากันดี น้ำมันมวยกลายเป็นสีเหลืองอ่อนๆส่งกลิ่นหอมชื่นใจแสบรูจมูก
เชทาเชียจัดการกรอดน้ำมันมวยที่ได้ลงขวดแล้วเอาไปใช้โดยลืมไปว่ายังไม่ได้เก็บอ่างเหล็กนั้น ทำให้คนที่มาใช้อ่างทำอาหารต่อต้อง.....แสบทั้งปาก ทั้งท้อง ทั้งหูรูดไปหลายวันเลยทีเดียว
/------------/
12. รูดซิป
เนตรสีเพลิงบนใบหน้าโหดๆเกรียนๆกำลังถลึงตามองเขี้ยวเหล็กเล็กๆที่เคยเรียงสลับกันเป็นฟันปลาทั้งสองข้างด้วยอารามเหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วหน้ากับสถานการณ์ย่ำแย่ในตอนนี้
“ซ...ซวยล่ะสิ...” ผิวเนื้อใต้ดวงตากระตุกอย่างช่วยไม่ได้หลายครั้งเมื่อเจ้าตัวสำนึกได้ว่ามือตนเองคงหนักเกินไป
ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนเชทาเชียกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงจากห้องฝึกซ้อมไปยังห้องน้ำในฐานที่ใกล้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้
ปัง!!
เสียงประตูกระแทกปิดอย่างแรงจนประตูบานใกล้เคียงสั่นสะท้านไปทั้งแถวอย่างน่ากลัวว่ามันอาจจะพังครืนลงมาโชว์ว่าใครบ้างที่กำลังทำธุระหนักในห้องน้ำ
“ฮ้า...” เสียงทอดถอนใจอย่างเป็นสุขดังขึ้นเบาๆ เมื่อข้าศึกจมลงสู่ก้นบึ้งแห่งวังน้ำวน พอทำธุระเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็ตั้งใจว่าจะรูดซิปกางเกงขึ้นมาอย่างทุกที
แต่ปัญหาก็ดันเกิดขึ้นอีกเมื่อซิปเจ้ากรรมดันปริแตกตอนที่เขารูดซิปลงทำธุระก่อนหน้านี้ มือหนาพยายามซ่อมแซมเขี้ยวเล็กๆที่แยกออกจากกันราวคู่ผัวตัวเมียที่แยกทาง แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่สำเร็จ
“เอาวะ!!...” เชทาเชียตัดสินใจวิ่งออกจากห้องน้ำแล้วมุ่งหน้ากลับห้องพักโดยเร็ว
ตึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงกระแทกเท้ายามที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่เป็นที่สนใจของคนที่เดินผ่านไปมาตามโถงทางเดินเลย แต่ไอ้ที่ทำให้ทุกคนจ้องมองมาที่เขานั้นเป็นเพราะว่ามือที่ตั้งใจกุมซิปที่แตกนั่นแหละ ที่ทำให้ใครต่อใครเดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น
/------------/
13. จอมโหดกระทะเหล็ก
เคร้ง!
เสียงเหล็กสองชิ้นกระทบกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้รายการครัวเกรียนๆกำลังถ่ายทำอยู่โดยมีพิธีกรหน้าใสวัยฉกรรจ์สองคนช่วยกันทำ
“เอานะครัฟ...ตอนนี้เราก็ใส่ข้าวลงไป...แล้วผัดๆๆๆ” ชายหนุ่มในชุดสีดำผู้มีดวงตาสีแดงฉานขยับมือหนาข้างหนึ่งที่ถือกระทะให้โดนไฟในเตาอีกข้างถือตะหลิวบี้ข้าวที่ติดเป็นก้อนให้แตกออกจากกันแล้วผัดจนเครื่องปรุงในกระทะเข้ากันดี
“อืมม...ขาดเค็มครัฟ...” ชายหนุ่มอีกคนหยิบขวดน้ำปลา??มาเหยาะลงไปอย่างชำนาญ ก่อนจะตักข้าวขึ้นมาชิมอีกรอบ
“โอเคล่ะ...” เมื่อเสียงนี้ดังขึ้นเชทาเชียก็จัดการโรยพริกไทยตักข้าวผัดในกระทะลงในจานแล้วหยิบหมูหยองโรยหน้า
“แล้วข้าวผัดปูคู่หมูหยองก็เสร็จแล้วนะครัฟ...รับรองว่าเมนูโคตะระง่ายนี่...ทำยังไง๊ก็ต้องอร่อย...” ชายหนุ่มที่ตักข้าวขึ้นชิมเมื่อครู่โฆษณา
“เอาเป็นว่าแค่กลิ่น...ก็ทำให้แม้แต่จอมโหดกระทะเหล็กในมังงะรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยได้แน่ล่ะครัฟ จริงมั้ยครัฟสหายคง” ชายหนุ่มหันไปสนับสนุนกันและกัน
“วันนี้รายการครัวเกรียนๆก็หมดเวลาแล้วพบกันใหม่เมื่อเราหาเมนูได้นะครัฟ ฮ่าๆๆ” เสียงของทั้งคู่หัวเราะดังลั่นใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีชาว RMC นั่งดูอย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นคงเดชก็กดปุ่มหยุดการเชื่อมต่อแล้วลงมานั่งโซ้ยข้าวผัดก่อนที่เกรียนอีกคนจะกินหมดซะก่อน
/------------/
14. คาราบาวแดง
ปังๆๆ
เสียงทุบประตูร้านค้าดังขึ้นลั่นโถงทางเดินโรงอาหารของมิลฟีโอเล่แฟมิลี่ และการทุบอย่างไม่ลดละแต่เช้าตรู่นั้นก็ได้ผลเมื่อหญิงสูงวัยหน้ามุ่ยหัวกระเจิงอย่างกับรังงูเก็งกอยโผล่หน้าออกมาด้วยอารมณ์บอกบุญไม่รับ
“ป้าๆ...ขอเป๊ปทีนไม่ก็แบรนด์หน่อยดิ...วันนี้โคตรง่วงเลย” หลังจากที่ฝึกหนักมาหลายวันเมื่อคืนเชทาเชียก็เลยผ่อนคลายตัวเองด้วยการเล่มเกมส์ยันรุ่งทำให้วันนี้เกิดอาการง่วงๆนิดหน่อยก็เลยจำเป็นต้องขอพึ่งพาเครื่องดื่มที่จะช่วยให้วันนี้เขาสามารถไปฝึกฝนกับเครื่องซิมูเลชั่นได้
“เอาไป...แล้วอย่ามาเคาะเรียกตอนเช้าๆแบบนี้อีกนะ!! ไอ้เด็กบ้า!!” เสียงตะคอกตอกหน้ากลับมาพร้อมด้วยน้ำลายเหม็นหึ่งของยัยป้าที่ยังไม่ได้แปรงฟัน พร้อมกับยัดขวดเครื่องดื่มใส่มือของชายหนุ่ม
เชทาเชียรับขวดนั้นมาอย่างงุนงง พลางเอาแขนเสื้อปาดเช็ดของเหลวเหม็นโฉ่ออกจากใบหน้าก่อนจะก้มลงมองเครื่องดื่มชูกำลังที่มีรูปหัวควายในมือ
“คา...รา...บาว...แดง? อ่าวเฮ้ย!! ยัยป้า...ฉันจะเอาเป๊ปทีนนะเฟ้ย!!” ว่าแล้วก็ลงมือทุบประตูห้องร้านขายของต่อไป
/------------/
15. หน้ากากแก้ว
ตานทางเดินในย่านร้านค้าเต็มไปด้วยร้านรวงที่ขายของ มีผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างคับคั่ง ในวันปีใหม่แบบนี้ร้านต่างๆก็หยิบเอาของดีที่น่าสนใจมาวางโชว์อยู่หน้าร้านเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาดู เข้ามาชมอย่างน้อยๆก็มีโอกาสได้เปิดการขายได้
เชทาเชียสวมเสื้อโค้ทอาร์มานี่สีดำพอดีตัวเดินออกมาหาซื้อของกินเพราะกะเอาไว้ว่าจะอยู่ดูอนิเมเรื่อง “หน้ากากแก้ว” กับโจเซฟ?? จนเลยปีใหม่
“หนาวจังวุ้ย...” มือทั้งสองกระชับเสื้อโค้ทบุขนเฟอร์ให้กระชับขึ้นเพิ่มความอบอุ่น แล้วสายตาก็หันไปเจอกับสิ่งหนึ่งที่วางโชว์อยู่หน้าร้านค้า เชทาเชียรี่เข้าไปดูอย่างสนอกสนใจในทันที
“โอ้...สนใจหน้ากากแก้วเป่าอันนี้หรือพ่อหนุ่ม” ชายชราคนขายเดินออกมาถามเผื่อว่าจะพบคนที่ต้องการซื้อสิ้นค้าของเขา
“อื้อ...เท่าไหร่ลุง” ชายหนุ่มถามโดยที่สายตายังไม่ละออกจากหน้ากากใสๆที่เป่าขึ้นมาจากแก้วจนได้รูปอย่างสวยงาม
“ไม่แพงหรอก...แค่....” เมื่อคุณลุงเจ้าของร้านบอกราคามาเชทาเชียก็ไม่รอช้ารีบควักเงินจ่ายให้แล้วเดินไปซื้อขนมต่อก่อนจะกลับมาที่ห้องแล้วหยิบหน้ากากแก้วนั้นออกมาวางไว้บนโต๊ะตั้งไชว์อย่างพออกพอใจ
“แหมไม่นึกว่าจะได้ของแบบนี้มาแฮะ...ดูๆไปเอามาประดับโต๊ะก็สวยดีนะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็พยักหน้าให้กับความคิดของตัวเองเบาๆ
/------------/
16. 00โปจิ
เสียงปัก! ปัก! ปึก! ปึก! ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังลงมือกระทำอะไรบางอย่างที่หากใครได้เห็นก็ต้องรีบเอามือปิดตา (?) กับหุ่นฟางที่ตัวเองมัดขึ้นมากับมือเพื่อระบายอารมณ์โกรธแค้นของตนออกมา
“ฉันจะจัดการกับนายแบบที่ทำกับหุ่นฟางนี่!” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นข้างๆใบหูของเจ้าหุ่นฟางโปไดจิ ทำเอาคนที่เดินมาเห็นโดยบังเอิญต้องรีบตวาดถาม
“ไอ้เด็กติดพี่ลามก น..นายเอาอะไรไปเสียบหุ่นน่ะ! ,,=*=,,” เสียงตวาดดังขึ้นเบื้องหลัง เมื่ออาเรียลหันกลับไปก็พบว่าเจ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องถึงกับมัดหุ่นฟางขึ้นแทนตัวกำลังมองการกระทำ (ที่ควรจะต้องติดเซ็นเซอร์กันสาวน้อยหวีดแตกยิ่งนัก?) ด้วยท่าทีที่สะพรึงยิ่ง
ด้วยความโกรธทำให้พ่อหนุ่มน้อยถึงกับต้องถลาเข้าไปคว้าตัว (หุ่นแทนตัว?) อีกฝ่ายแล้วจับเหวี่ยงกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรวดเร็วโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทันมีเวลาตั้งตัวแล้วตะปบมือเข้าไปที่จุดยุทธศาสตร์ทันที!!!
"ฮว๊ากกกกก จับตรงไหนกันน่ะ!! ไอ้เด็กติดพี่ลามก!!" เสียงของอีกฝ่ายที่อยู่ในอารามตกใจนั้นดังลั่นยิ่งกว่าเมื่อครู่มากนัก
แล้วเจ้าเด็กติดพี่ (ลามก) ที่ว่าก็ควักอะไรบางออกออกมาจากกางเกงของตัวเองทันที ทำเอาโปไดจิถึงกับต้องหวีดร้อง (?) ด้วยความสะพรึงยิ่งกว่าสาวน้อยวัย (ไม่) ใสเสียอีก
“หุหุ...เป็นไงล่ะของฉันมันน่ากลัวถึงขนาดทำให้นายต้องตัวสั่นเชียวนะ!!” น้ำเสียงของอาเรียลนั้นไม่ต้องมองหน้าก็รู้ได้เลยว่ากำลังสะใจเป็นอย่างยิ่ง
"เหยดดดด นั่นเสาธงเรอะไอ้คนติดพี่!" โปไดจิจ้องของที่อีกฝ่ายควักออกมาจากกางเกงแล้วจรดเข้าที่บั้นท้ายของ (หุ่นฟางแทน) ร่างกายตนเอง กระนั้นเจ้าคนติดพี่ก็ยังไม่ยอมลดละ ค่อยๆขยับเสาธงมาใกล้ขึ้นทุกที
“ตายแน่ๆ ตายแน่ๆ...เสาธงเชียวนะ ม่ายย %$@%" เจ้าโปจิที่หูหางลู่ลงบ่นพึมพำสวดมนต์?ให้ (หุ่นฟาง) ตัวเอง
"จำเอาไว้...เสาธงนี้จะไม่มีวันหัก!!" อาเรียลประกาศก้องในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่เอามือปิดหน้าแล้วสครีมลั่น
"เสาธงนี่ฉันจะตอกเข้าไป ให้นายไม่มีวันลืมเลย....คุณพี่สะใภ้ (???)"
ฉึก!! ฉึกๆๆๆๆๆๆ!!
เสียงเอฟเฟ็กต์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเสียงของเจ้าโปไดจิที่หวีดร้องย่างไม่ขาดสาย "นาย...นายคิดจะทำอะไร...เอาเสาธงนั่นออกไป... (หุ่นฟางแทนตัว) ฉัน...มียัยลิงแค่คนเดียว (ที่ทำร้ายได้)!!"
“ช่วยไม่ได้...นายทำฉันนายต้องเจ็บกว่า 169 ล้านเท่า!!"
“ม่ายยยยยยย!!”
ปลายนิ้วหนาที่ตัดเล็บจนสั้นและสะอาดของชายหนุ่มจรดลงที่แป้นพิมพ์ลงมือกดปุ่มตัวอักษรโดยที่ไม่จำเป็นต้องมองแป้น เพียงแค่พิมพ์สิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมาเท่านั้น...และเมื่อมันจบลงเจ้าตัวก็ต้องถึงกับฟุบหน้าลงและทุบโต๊ะรัวๆพร้อมระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นจนตัวสั่น
“กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!” จากนั้นไฟล์ก็ถูกส่งไปให้อีวาสาวน้อยแสนเกรียนเพื่อนำไปรวมกับฟิคสั้นแพร์ริ่ง 00โปจิ เรื่องอื่นๆก่อนจะตีพิมพ์หนังสือที่มีชื่อว่า
‘รวมเล่มแอนโธโลจี้ 00โปจิ with love’
/------------/
17. ข้าวเกรียบปากหม้อ
เชทาเชียเดินกลับเข้ามาในห้องพักหลังจากที่ออกไปออกกำลังกายแต่เช้าในฟิตเนส ต่อด้วยฝึกฝนการชกมวยกับกระสอบทรายและอื่นๆอีกมากมายกว่าจะอาบน้ำเสร็จนาฬิกาติดผนังก็เดินบอกเวลาว่าเลยเที่ยงไปซะแล้ว
จ๊อกกก! โครกกกก!
แล้วเสียงท้องร้องบ่งบอกว่าเลยเวลาอาหารก็ดังขึ้นเรียกทำให้นึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้นหิวขนาดที่ว่าอาจจะกินวัวได้ทั้งตัว??แต่จู่ๆเขาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
ฟุดฟิดๆ
จมูกทำหน้าที่ดมตามหาที่มาอย่างตั้งใจ เท้าทั้งสองพาร่างเดินไปตามที่จมูกจับทิศทางของกลิ่นนั้นได้จนมาหยุดที่โต๊ะทำงานเล็กๆในห้องพัก เจอกับกล่องโฟมสีขาว
“อยู่บนโต๊ะฉัน...ก็ของฉันอะดิ” ว่าแล้วก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงให้เสียงเวลาชายหนุ่มจัดแจงแกะกล่องนรั้นออกมาพอกับอาหารชนิดหนึ่ง
โรยด้วยกระเทียมเจียว...พริกสดกับผักชีวางข้างๆ...น้ำมันไหลเยิ้มไม่ให้ก้อนแป้งสีขาวๆติดกัน...
เชทาเชียหยิบไม้ที่อยู่ในกล่องนั้นจิ้มลงไปที่แป้งที่ขาวแล้วดึงขึ้นมากินหนึ่งชิ้น พร้อมๆกับที่เห็นโน๊ตแปะไว้บนกล่องซึ่งเป้นลายมือของเจ้าแว่นโจเซฟ
“หึหึ...แก้แค้นที่นายเอาสลอดมาหลอกให้ฉันกินคราวก่อน...ฉันจะให้นายกอนข้าวเกรียบปากหม้อสอดไส้สลอดดูบ้าง...” หมดข้อความที่ว่านั่น อาหารที่คาในปากก็ถูกพ่นพรวดออกมาคืนใส่กล่องโฟมทันที
“โหย...ไอ้@#$%^&*()...คราวหน้าแกไม่รอดแน่แว่น...” เสียงก่นด่าดังขึ้นพร้อมๆกับที่เจ้าตัวแอบถอนใจด้วยความโล่งอก
“ดีนะที่ยังไม่ได้กลืนอะ = =...”
/------------/
18. โนบรา
โดยปกติแล้วในยามว่างเชทาเชียมักจะหยิบหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และภาษาขึ้นมาอ่าน เพราะนิสัยเดิมๆเมื่อสมัยที่ยังเป็นนักเรียน เขามักจะถูกล้อว่าเป็นเด็กเนิร์ดเสมอๆ
แต่วันนี้หนังสือที่อยู่ในมือกลับหนาขึ้นเป็นพิเศษจนรัฟฟี่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับโกโก้ร้อนและทาร์ตไข่หอมๆพร้อมเสิร์ฟถึงกับต้องร้องออกมา
“โอ้โห...เทชฮะ...อ่านหนังสือเล่มหนาขนาดนี้เลยเหรอฮะ” เสียงเล็กๆถามขึ้น
“อือ” แต่การตอบรับเพียงสั้นๆคำเดียวไม่เป็นที่พอใจนักของเด็กชายตัวเล็กแน่นอน
“อ่านอะไรอยู่เหรอฮะ...” คำถามที่สองตามมาตามประสาเด็กที่กำลังเรียกร้องความสนใจ
“จะรู้ไปทำไม” เสียงตอบครั้งที่สองแม้จะยาวกว่าครั้งแรกแต่ก็ห้วนพอสมควรอย่างปกติ
“ให้ผมอ่านด้วยได้มั้ยฮะ” คำถามที่สามก็หลุดออกจากปากเล็กๆนั่น
“ไม่ได้!!” เชทาเชียตอบกลับในทันทีโดยไม่ต้องคิด แน่นอนว่าย่อมทำให้เด็กชายไม่พอใจมากกว่าเดิม
รัฟฟี่รู้ดีว่าด้วยนิสัยของเชทาเชียการขอร้องของเขานั้นจะไม่เป็นผลและเมื่อไม่อาจหาหนทางใดที่จะได้อ่านหนังสือนั้นได้โดยง่ายแล้ว เด็กชายผมทองจึงกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มแล้วมุดเข้าไปอ่านหนังสือในมือของอีกฝ่าย
“ว.....หวาาาาา” มือเล็กๆรีบปิดตาของตัวเองทันทีเมื่อเห็นภาพที่ชายหนุ่มกำลังอ่านอยู่
“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้...ยังจะมุดเข้ามาอีก...นี่มันรูปวีนัสเปลือย โนบราเชียวนะเฟ้ย...เด็กอายุไม่ถึงวัยอย่างนาย...มีสิทธิ์ดูที่ไหนฟะ” ว่าแล้วเชทาเชียก็ปิดหนังสือเก็บแล้วเดินไปกินของว่างปล่อยให้รัฟฟี่นั่งปิดตาหน้าแดงแจ๋อยู่อย่างนั้นต่อไป
/------------/
19. มะเขือม่วง
เครื่องคอมพิวเตอร์แลปท๊อปสีแดงสดตั้งอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับมีแสงสว่างฉายวาบอยู่เป็นระยะบ่งบอกให้รู้ว่าเครื่องมืออิเล็คทรอนิคเครื่องนี้ถูกเปิดทิ้งไวนานพอสมควรแล้วเพราะหน้าสกรีนที่ตั้งไว้พักหน้าจอเป็นฟองบับเบิ้ลทำงานจนกระทั่งกระพริบส่งสัญญาณว่ามันกำลังจะปิดหน้าจอลงเพื่อประหยัดพลังงาน
ชายหนุ่มเจ้าของนามเชทาเชียเดินผ่านคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดคาไว้ของผู้ปกครอง(??)ด้วยความสงสัยว่าวันๆผู้ปกครองของเขาได้ทำอะไรบ้าง
ดวงตาสีเลือดเสมองไปทางซ้ายแล้วเหล่กลับไปในทิศทางตรงข้ามเพื่อตรวจสอบดูว่าทางสะดวกมากพอที่จะแอบดูความประพฤติของผู้ปกครองตนเอง
มือใหญ่หนาเอื้อมไปแตะที่เมาส์หนูสีดำเงาตัวเล็กๆ พลัน!!หน้าจอที่กระพริบไฟเป็นจังหวะก็สว่างจ้าขึ้นตอบรับโชว์ภาพพื้นหลังหน้าจอติดเรท ฉ.ที่เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดไม่ควรมอง
“อื้อหือ...แรงนะ” เนตรคมหรี่ลงพร้อมกับเลื่อนเคอร์เซอร์ลงไปที่แถบด้านล่างเป็นสัญลักษณ์ของเบราซ์เซอร์ที่เปิดอยู่ราวกับกำลังดูอะไรค้างคาก่อนจะรีบออกจากบ้านไป นิ้วยาวกดคลิ๊กหนึ่งครั้งเพื่อเรียกเอาหน้านั้นขึ้นมาดู
แต่แล้วเชทาเชียก็ต้องผงะเมื่อเจอกับมะเขือม่วงที่ผ่านการตกแต่งพันธุกรรมจากโทมัส ทอว์?? “เหยดดดด...น่ากลัวไม่แพ้แมวน้ำเต้นแซมบ้าเลยวุ้ย...” แล้วชายหนุ่มก็รีบผละออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไปพร้อมกับทำท่าเหมือนกับว่ากำลังขนลุกครั้งหนึ่ง
/------------/
20. เจ้าแห่งศาสตร์มืด
ดวงตาสีแดงเลือดจับจ้องอยู่ที่จอทีวี กำลังดูหนังที่มีภาคต่อถึงแปดตอน และมีเป็นหนังสือทั้งหมดเจ็ดเล่มด้วยกัน แถมยังเป็นเรื่องที่ได้รับรางวัลมากมายเพราะมีเนื้อเรื่องน่าติดตามจนไม่อยากละสายตาเลยทีเดียว
“อะวาดา...เคดาฟรา!!” ลำแสงสีเขียวพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของเจ้าแห่งศาสตร์มือผู้มีหลายชื่อเรียกขาน ลอร์ดโวลเดอร์มอร์บ้างล่ะ ทอม ริดเดิ้ลบ้างล่ะ คนที่คุณก็รู้ว่าใครบ้างล่ะ ดีนะที่อ่านมาตั้งแต่แรกไม่งั้นงงตาย
“เอกซ์เปลลิอาร์มัส!!” ลำแสงสีแดงจากพ่อมดอีกคนพุ่งตรงไปปะทะกัน ก่อนที่จะตัดสิ้นได้ว่าใครจะอยู่ใครจะไปแสงจากจอทีวีก็ดับวูบลง
“เฮ้ย!! อะไรวะ!!” เชทาเชียหันไปมองรอบๆหาต้นเหตุที่ทำให้ทีวีดับก็เจอกับโจเซฟสหายรักรูมเมตที่เดินสะดุดปลั๊กไฟทีวีซะอย่างงั้น
“เอ่อ..โทษทีว่ะ...” โจเซฟขยับแว่นแล้วเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพ??
“ไม่อภัยให้...อะวาดา เคดาฟรา” เชทาเชียชี้หน้าหนุ่มแว่นรูมเมตตัวเองเพื่อดึงความสนใจก่อนจะกระทืบเท้าลงที่หลังเท้าของโจเซฟอย่างจงใจสุดๆ
“อ๊ากกกก...##%^@*@*@@&@^$@#” เสียงด่าและโอดครวญตามมาอีกชุดใหญ่แต่มีเหรอที่เชทาเชียจะใส่ใจปล่อยให้พ่อหนุ่มแว่นนั่นต้องเดินกะเผลกไปอีกหลายวันเลยทีเดียว
/------------/
ป.ล.ขอภัยลูกๆทุกท่านที่ถูกข้าเจ้าพาดพิง โดยเฉพาะแว่น XD
edit @ 27 Jan 2012 23:50:12 by ~Isis_neptra~

マルセル デ バンプス Marcel de Vamps: 「Dear Girl ~Stories~」










